POND'S พอนด์ส ไวท์บิวตี้

กันแดด

วันที่ 14 มี.ค. 2561
ผู้เข้าชม : 80
สู้แดดเมืองไทยใช้กันแดด SPF เท่าไหร่ดี?เผยผิวกระจ่างใส
 
อากาศแบบบ้านเราเรียกได้ว่าร้อนถึงร้อนมาก จะฤดูร้อน หนาว หรือฝน แดดก็เปรี้ยงตลอดทั้งปี และแสงแดดนี่แหละตัวการที่ทำให้ผิวหนังของคุณไหม้ คล้ำ ดำ เสีย แล้วยังก่อให้เกิดกระ ฝ้า และจุดดำกวนใจอีกต่างหาก ดังนั้นผู้หญิงอย่างเราๆจึงยอมทำทุกวิถีทางเพื่อกันแดด ไม่ว่าจะใส่หมวก กางร่ม หรือทาครีมที่มี SPF ทำกันมาทุกวิธีแล้ว แต่ทำไม! ผิวของเรายังคล้ำเสียอีก! หรือว่าเราจะใช้ SPF ป้องกันแดดน้อยไป?
หลายๆ คนอาจสงสัยว่า SPF คืออะไร?
ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor หมายถึงค่าที่แสดงถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันการไหม้แดงของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสียูวี ค่า SPF จะบ่งบอกให้ทราบว่าผิวหนังจะถูกแสงแดดได้นานแค่ไหน ผิวถึงจะไม่ไหม้ เช่น ถ้าบุคคลนั้นโดนแดดได้นานเป็นเวลา 30 นาที ผิวถึงจะไหม้แดง และถ้าผลิตภัณฑ์นั้นระบุไว้ว่า SPF30 ก็จะหมายถึง เราสามารถอยู่กลางแดดได้ประมาณ 30×30 = 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง โดยที่ผิวไม่ไหม้แดง แต่อย่าชะล่าใจไป เพราะครีมอาจหลุดเมื่อเหงื่อออก โดนน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน 
  ดังนั้นอย่าลืมทาครีมที่มีSPFซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถป้องกันแดดได้อย่างต่อเนื่องกันด้วยนะ 
แล้วอย่างนี้ แสดงว่าเราต้องใช้ SPF สูงๆ เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดใช่ไหม? 
อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินไป เราขอให้คุณได้ลองอ่านข้อมูลนี้ก่อน 
ค่า SPF และ % การปกป้องแสง UV
• ค่า SPF เท่ากับ 2 จะดูดซับ UVB ได้ 50% 
• ค่า SPF เท่ากับ 4 จะดูดซับ UVB ได้ 70% 
• ค่า SPF เท่ากับ 8 จะดูดซับ UVB ได้ 87.5% 
• ค่า SPF เท่ากับ 15 จะดูดซับ UVB ได้ 93.3% 
• ค่า SPF เท่ากับ 30 จะดูดซับ UVB ได้ 96.7% 
• ค่า SPF เท่ากับ 50 จะดูดซับ UVB ได้ 98% 
 
จะเห็นได้ว่า หลังจาก SPF 30 แล้ว ความสามารถในการป้องกันแสง UVB ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้นแล้วการที่ค่า SPF สูงๆ นั้น ไม่ได้หมายความว่า จะมีความสามารถปกป้องแสงแดดได้มากกว่าเลย และในความเป็นจริงแล้ว ค่า SPF สูงๆ นั้นอาจจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย และอาจจะทำให้ เกิดคราบเหลืองติดเสื้อผ้าได้อีกด้วย แต่ครีมที่ออกมาใหม่เดี๋ยวนี้นอกจากจะมี SPF แล้ว ก็ยังมี PA อีก แล้วค่า PA มันคืออะไร? ต้องใช้แบบไหนถึงจะดี ? 
 
PA ย่อมาจากคำว่า Protection Grade of UVA หมายถึง ค่าที่แสดงถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันการดำคล้ำของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสียูวีเอ ค่า PA นั้นจะแสดงระดับของประสิทธิภาพได้ดังนี้ PA+ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ต่ำ 
 
PA++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA กลาง 
PA+++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูง 
 
มาถึงตรงนี้ทุกคนคงเข้าใจแล้วว่า SPF กับ PA+++ มีความสำคัญอย่างไร ทีนี้เราก็สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดดได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ได้แล้ว และถ้าคุณอยากบำรุงผิวให้ดูขาวอมชมพูพร้อมปกป้องผิวจากแสงแดด เราขอแนะนำ! พอนด์ส ไวท์ บิวตี้ ที่มี SPF 30 และPA+++ พร้อมวิตามินบี 3 พลัส ที่สามารถช่วยสยบ10ปัญหาผิว และฝ้าแดด*ได้ 
ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
เคล็ด(ไม่)ลับ! สวยไวกว่ามั่นหน้าx3 กับสกินแคร์ดี๊ดีเผยผิวกระจ่างใส ฮัลโหลสาวๆ ไหนบอกกันหน่อยสิ ผิวสวยในฝันเป็นแบบไหนกันบ้าง? เชื่อว่าคำตอบส่วนใหญ่คงจะหนีไม่พ้น ผิวขาวกระจ่างใส ไร้จุดด่างดำ และเนียนเป๊ะอย่างแน่นอน แต่กว่าจะมีผิวสวยและขาวแบบนี้ ก็คงต้องใช้เวลาใช่มั้ยล่ะ แต่ไม่เป็นไรนะคะ เพราะเซตมั่นหน้า x3 ของพอนด์ส ไวท์ บิวตี้ สามารถช่วยให้คุณมีผิวสวยไวกว่า พร้อมมั่นหน้าx3 ได้เลย อ๊ะๆๆ ทีนี้ก็สงสัยกันอีกใช่มั้ย ว่าใช้เป็นเซตมันดีกว่ายังไง ก็เพราะว่า ผลิตภัณฑ์ของพอนด์ส ไวท์ บิวตี้ เนี่ย มีวิตามินบี 3 ผสมอยู่ทุกตัวเลย ซึ่งเจ้าวิตามินบี 3 นี่แหละคือตัวช่วยที่ทำให้ผิวขาวกระจ่างใส ลดเลือนจุดด่างดำ ทั้งฝ้าแดด กระ และรอยสิว รอยดำต่างๆ ที่ฝังลึก จัดการยาก ยิ่งเราใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวิตามินบี 3 ร่วมกันก็จะยิ่งส่งเสริมกัน ก็เท่ากับว่า ผิวได้รับการบำรุงที่เข้มข้นขึ้น และแสดงผลลัพธ์ของการบำรุงได้ไวกว่านั่นเอง รู้แบบนี้แล้ว ก็รีบไปทำความรู้จักกับเซตมั่นหน้าของเรากันดีกว่า ตามมาๆ ขั้นตอนที่ 1: ทำความสะอาดพร้อมบำรุงด้วย "พอนด์ส ไวท์ บิวตี้ เฟเชียลโฟม" อันดับแรกของการจะมีผิวขาวใส สาวๆ ต้องมั่นใจเสมอว่า ผิวหน้าของเรานั้นสะอาดหมดจดพร้อมรับการบำรุง ขอแนะนำ โฟมลดจุด* พอนด์ส ไวท์ บิวตี้ เฟเชียลโฟม ที่ไม่ใช่แค่ผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกไป แต่ยังที่มาพร้อมพลังวิตามินบี 3 พลัส ที่ช่วยลดเลือดจุดด่างดำได้จริง!! *ลดจุดดำจากแสงแดด ขั้นตอนที่ 2: บำรุงให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสด้วย "พอนด์ส ไวท์ บิวตี้ บีบี+ซีซี ครีม" ล้างหน้าเตรียมผิวเสร็จแล้ว ก็ต้องบำรุงให้ขาวกระจ่างใสอมชมพู๊ อมชมพูด้วย พอนด์ส ไวท์ บิวตี้ เซรั่มครีม สีส้ม ที่ให้ผิวขาวอมชมพูฉ่ำเด้งแบบสาวเกาหลี หรือถ้าใครชอบผิวแมทท์ เราก็มีสูตรสีชมพู คุมมันได้ 12 ชั่วโมง แมทท์ เป๊ะ เว่อร์ ทั้งสองสูตรมาพร้อมวิตามินบี 3 เข้มข้น ที่จะช่วยบูสผิวของคุณให้ขาวใสได้ไวขึ้น ขั้นตอนที่ 3: ปกปิดเนียนเป๊ะพร้อมออกไปมั่นหน้า "พอนด์ส ไวท์ บิวตี้ บีบี+ซีซี ครีม" ขั้นตอนสุดท้ายก่อนจะออกไปมั่นหน้า จัดการผิวให้เนียนเป๊ะ ด้วยพอนด์ส ไวท์ บิวตี้ บีบี+ซีซี ครีม ที่ปกปิดเนียนกริ๊บ ทั้งรอยดำ รอยแดด และสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอ พร้อมกระจายแสงให้หน้าดูขาวสว่างใส มีออร่าพร้อมมั่นหน้า ขึ้นกล้องเว่อ แค่นี้ก็พร้อมเซลฟี่แบบ ไม่มัน ไม่ลอย ไม่เทา แล้ว ยังไม่พอ พิเศษสุดๆ บีบี+ซีซีของพอนด์สก็มีวิตามินบี 3 ด้วยนะ นอกจากจะปกปิดทันที ยังช่วยผสานพลัง บูสผิวให้ขาวกระจ่างใสได้จริงด้วย!! ทีนี้รู้แล้วใช่มั้ย ว่าไม่ว่าจะล้าง จะบำรุง จะเตรียมผิวเมคอัพ จะขั้นตอนไหนๆ เราก็บูสผิวให้ขาวกระจ่างใสขึ้นได้ เพราะพอนด์ส ไวท์ บิวตี้ มีวิตามินบี 3 ยังไงล่ะ ดี๊ดีอ่ะ เป็นยังไงบ้างคะ กับไอเทมสกินแคร์ สวยไวx3 ที่ไม่ว่าใครก็สามารถมีผิวขาวกระจ่างใสพร้อมมั่นหน้าในทันที วะ วะ ว๊าว! รู้อย่างนี้แล้วอย่ามัวรอช้า รีบไปหาซื้อมาใช้ให้ครบเซต จะได้มั่นหน้ามั่นใจ ผิวขาวไวและสวยกว่าเดิมอย่างแน่นอน!
สู้แดดเมืองไทยใช้กันแดด SPF เท่าไหร่ดี?เผยผิวกระจ่างใส อากาศแบบบ้านเราเรียกได้ว่าร้อนถึงร้อนมาก จะฤดูร้อน หนาว หรือฝน แดดก็เปรี้ยงตลอดทั้งปี และแสงแดดนี่แหละตัวการที่ทำให้ผิวหนังของคุณไหม้ คล้ำ ดำ เสีย แล้วยังก่อให้เกิดกระ ฝ้า และจุดดำกวนใจอีกต่างหาก ดังนั้นผู้หญิงอย่างเราๆจึงยอมทำทุกวิถีทางเพื่อกันแดด ไม่ว่าจะใส่หมวก กางร่ม หรือทาครีมที่มี SPF ทำกันมาทุกวิธีแล้ว แต่ทำไม! ผิวของเรายังคล้ำเสียอีก! หรือว่าเราจะใช้ SPF ป้องกันแดดน้อยไป? หลายๆ คนอาจสงสัยว่า SPF คืออะไร? ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor หมายถึงค่าที่แสดงถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันการไหม้แดงของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสียูวี ค่า SPF จะบ่งบอกให้ทราบว่าผิวหนังจะถูกแสงแดดได้นานแค่ไหน ผิวถึงจะไม่ไหม้ เช่น ถ้าบุคคลนั้นโดนแดดได้นานเป็นเวลา 30 นาที ผิวถึงจะไหม้แดง และถ้าผลิตภัณฑ์นั้นระบุไว้ว่า SPF30 ก็จะหมายถึง เราสามารถอยู่กลางแดดได้ประมาณ 30×30 = 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง โดยที่ผิวไม่ไหม้แดง แต่อย่าชะล่าใจไป เพราะครีมอาจหลุดเมื่อเหงื่อออก โดนน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ดังนั้นอย่าลืมทาครีมที่มีSPFซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถป้องกันแดดได้อย่างต่อเนื่องกันด้วยนะ แล้วอย่างนี้ แสดงว่าเราต้องใช้ SPF สูงๆ เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดใช่ไหม? อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินไป เราขอให้คุณได้ลองอ่านข้อมูลนี้ก่อน ค่า SPF และ % การปกป้องแสง UV • ค่า SPF เท่ากับ 2 จะดูดซับ UVB ได้ 50% • ค่า SPF เท่ากับ 4 จะดูดซับ UVB ได้ 70% • ค่า SPF เท่ากับ 8 จะดูดซับ UVB ได้ 87.5% • ค่า SPF เท่ากับ 15 จะดูดซับ UVB ได้ 93.3% • ค่า SPF เท่ากับ 30 จะดูดซับ UVB ได้ 96.7% • ค่า SPF เท่ากับ 50 จะดูดซับ UVB ได้ 98% จะเห็นได้ว่า หลังจาก SPF 30 แล้ว ความสามารถในการป้องกันแสง UVB ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้นแล้วการที่ค่า SPF สูงๆ นั้น ไม่ได้หมายความว่า จะมีความสามารถปกป้องแสงแดดได้มากกว่าเลย และในความเป็นจริงแล้ว ค่า SPF สูงๆ นั้นอาจจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย และอาจจะทำให้ เกิดคราบเหลืองติดเสื้อผ้าได้อีกด้วย แต่ครีมที่ออกมาใหม่เดี๋ยวนี้นอกจากจะมี SPF แล้ว ก็ยังมี PA อีก แล้วค่า PA มันคืออะไร? ต้องใช้แบบไหนถึงจะดี ? PA ย่อมาจากคำว่า Protection Grade of UVA หมายถึง ค่าที่แสดงถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันการดำคล้ำของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสียูวีเอ ค่า PA นั้นจะแสดงระดับของประสิทธิภาพได้ดังนี้ PA+ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ต่ำ PA++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA กลาง PA+++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูง มาถึงตรงนี้ทุกคนคงเข้าใจแล้วว่า SPF กับ PA+++ มีความสำคัญอย่างไร ทีนี้เราก็สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดดได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ได้แล้ว และถ้าคุณอยากบำรุงผิวให้ดูขาวอมชมพูพร้อมปกป้องผิวจากแสงแดด เราขอแนะนำ! พอนด์ส ไวท์ บิวตี้ ที่มี SPF 30 และPA+++ พร้อมวิตามินบี 3 พลัส ที่สามารถช่วยสยบ10ปัญหาผิว และฝ้าแดด*ได้