แบบฝึกลูกเสือกองร้อยพิเศษ

วันที่ 26 ต.ค. 2557

แบบฝึกบุคคลท่ามือเปล่าลูกเสือกองร้อยพิเศษ

โรงเรียนวัดสุทธิวราราม


 
แบบฝึกเล่มนี้ได้จัดทำและรวบรวมการบอกหรือออกคำสั่งในส่วนของการฝึกบุคคลท่ามือเปล่า และการฝึกแถวในรูปแบบต่างๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการออกคำสั่งรวมถึงท่าทางในการฝึกของลูกเสือกองร้อยพิเศษโรงเรียนวัดสุทธิวารามรามให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันและให้เป็นไปตามมาตราฐานตามแบบฝึกต่อไป

 

คณะผู้จัดทำ
คณะกรรมการชมรมลูกเสือกองร้อยพิเศษโรงเรียนวัดสุทธิวราราม 

*********************************************************************************************************************************************************************************************

คู่มือการฝึก
ว่าด้วย
แบบฝึกบุคคลท่ามือเปล่า

บทที่ ๑ – กล่าวทั่วไป
บทที่ ๒ – การฝึกบุคคลท่ามือเปล่า
-ท่าตรง
-ท่าพัก
-ท่าหันอยู่กับที่
-ท่าก้าวทางข้าง
-ท่าก้าวถอยหลัง
-ท่าเดิน
-ท่าหยุดจากการเดิน
-ท่าเปลี่ยนเท้าในเวลาเดิน
-ท่าซอยเท้า
-ท่าหันในเวลาเดิน
-ท่าเคารพ
-ท่าวิ่ง
-ท่าหยุดจากการวิ่ง
-ท่าเปลี่ยนเท่าในเวลาวิ่ง
-ท่าถอดหมวกและสวมหมวก
-ท่าหมอบและท่าลุก
บทที่ ๓ – การฝึกแถวชิด
-แถวหน้ากระดาน
-แถวตอน
-การตรวจแถว
-การเปลี่ยนทิศทางในรูปกระบวนแถวตอน 

บทที่ ๑
กล่าวทั่วไป

๑.กล่าวนำ
   ๑.๑ นักเรียนใหม่ทั่วไปของโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ไม่ว่าจะเข้ามาเป็นลูกเสือกองร้อยพิเศษ หรือลูกเสือที่ต้องเรียนตามปกติก็ตาม นักเรียนทุกคนจำเป็นที่จะต้องเรียนวิชา “ลูกเสือ” ทั้งหมดทุกๆคน ดังนั้นนักเรียนทุกคนที่เรียนวิชาลูกเสือจึงจำเป็นจะต้องเข้ารับการฝึกบุคคลเบื้อต้นก่อนเสมอ โดยเฉพาะลูกเสือกองร้อยพิเศษจะต้องได้รับการฝึกฝนมากเป็นพิเศษทั้งในเรื่องระเบียบ วินัย วิชาลูกเสือทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อประสงค์จะฝึกให้ลูกเสือกองร้อยพิเศษเหล่านี้มีลักษณะและบุคลิกความเป็นผู้นำโดยสมบูรณ์ และให้มีความรอบรู้ในลักษณะท่าทางส่วนบุคคล ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องนำไปใช้ในการปฏิบัติตนในเรื่องเกี่ยวกับวินัย และแบบธรรมเนียมของลูกเสือกองร้อยพิเศษตลอดเวลาที่เป็นหรือพ้นจากการสถาบันการศึกษาไปแล้วก็ตาม
๑.๒ การฝึกท่าบุคคลเบื้องต้นจึงถือได้ว่าเป็นการฝึกเริ่มแรกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเข้ามาเป็นลูกเสือกองร้อยพิเศษโรงเรียนวัดสุทธิวราราม เนื่องจากการฝึกนี้เป็นเครื่องช่วยปูพื้นฐานลูกเสือธรรมดาธรรมดาให้เปลี่ยนลักษณะท่าทางเป็นลูกเสือกองร้อยพิเศษโดยสมบูรณ์
 
๒.ความมุ่งหมาย
   คู่มือการฝึกเล่มนี้กำหนดขึ้นโดยความมุ่งหมายเพท่อให้กองร้อยพิเศษโรงเรียนวัดสุทธิวราราม หรือผู้ที่มีหน้าที่ในการฝึกบุคคลเบื้องต้นให้กับลูกเสือปกติดังกล่าวข้างต้น ในนำไปใช้เป็นแบบฉบับในการฝึกบุคคลท่ามือเปล่าให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อปรับลักษณะท่าทางให้ลูกเสือปกติเป็นลูกเสือกองร้อยพิเศษโรงเรียนวัดสุทธิวรารามโดยสมบูรณ์
 
๓.ขอบเขต
   คู่มือการฝึกเล่นนี้จะกล่าวถึงการฝึกบุคคลท่ามือเปล่า ซึ่งครอบคุลมท่าสำคัญๆและเป็นท่าหลักๆได้แก่ ท่าตรง ท่าพัก ท่าหัน ท่าเดิน ท่าหยุด ท่าทำความเคารพ ท่าวิ่ง ท่าถอดหมวกสวมหมวก ท่าหมอบลุก รวมทั้งการฝึกแถวในรูปแบบต่างๆด้วย
 
๔.การบรรลุผล
   เพื่อให้การฝึกบรรลุความมุ่งหมายดังกล่าวขางต้น ผู้ควบคุมการฝึกและผู้สั่งฝึกทุกคนจะต้องคอบกวดขันและหมั่นดูแลให้การฝึกดำเนินไปด้วยดี โดยจักต้องะยายามคิดค้นหาวิธีฝึกและใช้อุบายในการฝึกอย่างประณีตและรอบคอบ เอาใจใส่เมื่อพบข้อบกพร่องต่างๆที่เกิดขึ้นจากการฝึกจะต้องจัดการแก้ไขในทันที
 
 
๕.การนำไปใช้
   ผู้ควบคุมการฝึกและครูฝึกจะต้องใช้ดุลพินิจในการกำหนดวิธีการฝึก ให้เหมาะสมต่อจำนวนลูกเสือที่เข้ารับการฝึก จำนวนเครื่องช่วยฝึก ครูฝึกและผู้ช่วยครูฝึกที่มีอยู่ ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เข้ารับการฝึกต้องรอคอยการฝึกอันเนื่องมาจากความจำกัดของเครื่องช่วยฝึก และปฏิบัติไปในทางผิดๆ อันเนื่องจากการขาดการดูแลและการกำกับของผู้ควบคุมการฝึกอย่างใก้ลชิด

๖.การปรับปรุงแก้ไข
   หากผู้ที่ใช้คู่มือเล่มนี้มีความประสงค์จะแก้ไขหรือให้ข้อคิดต่างๆเพื่อทำการปรับปรุงคู่มือให้ดีขึ้นก็สามารถทำได้ ข้อคิดเห็นต่างๆที่จะเสนอให้เปลี่ยนแปลงเหล่านี้ควรจะบ่งบอก หน้า ข้อและบรรทัดตามที่ปรากฏในคู่มือเล่มนี้ไว้ด้วย และควรให้เหตุผลประกอบเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และสามารถที่จะนำมาประเมินค่าได้อย่างสมบูรณ์ ข้อคิดเห็นนี้ขอให้ส่งตรงไปยังประธาน รองประธานฝ่ายบริหาร รองประธานฝ่ายอำนวยการหรือเลขานุการของคณะกรรมการชมรมลูกเสือกองร้อยพิเศษโรงเรียนวัดสุทธิวรารามเพื่อที่จะนำเข้าที่ประชุม
 
๗.คำแนะนำในการใช้คำบอก
   เพื่อให้ผู้ที่มีหน้าที่ในการฝึกได้มีความเข้าใจ และสามารถเข้าใจในคำบอกตามที่กำหนดไว้ในคู่มือเล่มนี้ สำหรับสั่งการในท่าปฏิบัติต่างๆได้อย่างถูกต้อง ไม่สับสนและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงขอแนะนำให้ผู้ใช้คู่มือได้ทราบถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้คำบอกดังต่อไปนี้
   ๗.๑ ประเภทของคำบอก คำบอกที่กำหนดไว้ในคู่มือเล่มนี้แบ่งออกเป็น ๔ ประเภทคือ
   ๗.๑.๑ คำบอกแบ่ง
   ๗.๑.๒ คำบอกเป็นคำๆ
   ๗.๑.๓ คำบอกรวด
   ๗.๑.๔ คำบอกผสม
 
๗.๒ การใช้คำบอก ลักษณะที่ต่างกันของคำบอกประเภทต่างๆ จะเป็นเครื่องบ่งให้ทราบถึงลักษณะของท่านั้นๆ แนวทางของการใช้น้ำเสียงเพื่อสั่ง และเขียนไว้ให้เห็นความแตกต่างกันอย่างเด่นชัดโดยการแสดงเครื่องหมายไว้
   ๗.๒.๑ คำบอกแบ่ง เป็นคำสั่งที่ใช้เพื่ออกคำสั่งสำหรับท่าฝึกจะกำหนดให้ปฏิบัติได้เป็นจังหวะเดียวหรือแบ่งจังหวะ คำบอกแบ่งนี้ให้ผู้ออกคำบอกจะต้องเปล่งเสียงบอกในคำแรกด้วยการลากเสียงค่อนข้างยาว แล้วเว้นจังหวะไว้เล็กน้อยก่อนที่จะเปล่งเสียงบอกในคำหลังด้วยการเน้นเสียงให้หนักละสั้น การเขียนคำบอกชนิดนี้จะแสดงไว้ให้เห็นเช่น “ซ้าย___หัน” /  ขวา___หัน เหล่านี้คือคำบอกแบ่ง
  
   ๗.๒.๒ คำบอกเป็นคำๆ เป็นคำบอกที่ใช้ออกคำสั่งสำหรับฝึกท่าที่ส่วนใหญ่แล้วมักจะไมกำหนดให้ปฏิบัติแบ่งเป็นจังหวะๆ ไว้ (แต่ก็สามารถแบ่งการฝึกออกเป็นตอนๆได้) และจำเป็นต้องใช้คำบอกยืดยาวซึ่งอาจจะมีหลายพยางค์ก็ได้ จึงจำเป็นต้องเว้นจังหวะการบอกไว้เป็นตอนๆ หรือคำๆ คำบอกเป็นคำๆนี้ผู้ให้คำบอกจะต้องเปล่งเสียงบอกทั้งในคำแรกและคำหลังด้วยการวางน้ำหนักเสียงไว้เท่าๆกัน โดยเว้นจังหวะระหว่างคำไว้เล็กน้อย