ห้องสมุดโรงเรียนอนุบาลตาก

การสร้างบรรยากาศห้องเรียนให้นักเรียนชอบหนังสือ

วันที่ 04 ก.พ. 2557
ผู้เข้าชม : 276

การสร้างบรรยากาศห้องเรียนให้นักเรียนชอบหนังสือ

 



                      บรรยากาศในห้องเรียนของชั้นประถม หากครูประจำชั้นชอบดนตรี เด็กๆก็จะชอบดนตรีตามไปด้วย หรือหากครูชอบศิลปะ เด็กๆก็จะชอบศิลปะไปด้วยเช่นกัน จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทำให้เด็กๆ ในชั้นเรียนกลายเป็นนักอ่าน เพียงแค่ครูอ่านหนังสือให้เด็กฟังอยู่เสมอ และหากมีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับหนังสือเมื่อไร ก็นำมาเล่าให้เด็กฟัง พร้อมกับคอยใส่ใจและถามเด็กๆ ว่าช่วงนั้นกำลังอ่านหนังสืออะไรอยู่ ในไม่ช้าห้องเรียนก็จะมีแต่เรื่องพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือที่เด็กแต่ละคนอ่าน ตัวอย่างในการแนะนำและจูงใจให้เด็กๆ เข้าสู่โลกแห่งการอ่าน เช่น

1. เล่าเรื่องจากหนังสือ หรืออ่านหนังสือให้นักเรียนฟังในชั่วโมงพบครูประจำชั้นตอนเช้าหรือตอนเย็น หลังเลิกเรียน จะทำให้เด็กสนใจหนังสือมากขึ้น
2. ตอนเช้าของวันจันทร์ จัดชั่วโมงพูดคุยเกี่ยวกับหนังสือที่อ่านไปเมื่อวันหยุดเสาร์ – อาทิตย์ จะทำให้เด็กๆ อยากแย่งกันเล่าเรื่องที่ตนอ่านให้เพื่อนๆรู้ ซึ่งจะเป็นแรงพลักดันให้กับเด็กที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ หันมาเริ่มอ่านบ้าง
3. ครูควรชักจูงให้เด็กๆ พูดคุยเกี่ยวกับหนังสือ โดยเล่าสิ่งที่พบเห็นตอนไปซื้อหนังสือให้เด็กๆฟัง ถ้าเด็กยังไม่รู้จะเล่าอย่างไรดี อาจลองใช้คำถามที่เป็นรูปธรรมนำเข้าสู่การสนทนาดังนี้

“มีอะไรที่ร้านหนังสือที่อยากจะเล่าให้เพื่อนๆฟังบ้างไหม”
“มีหนังสือเล่มไหนบ้างที่อยากซื้อแต่ไม่ได้ซื้อ”
“มีหนังสือเล่มไหนบ้าง ที่อ่านแล้วรู้สึกอยากอ่านอีก”

          คำถามเหล่านี้จะช่วยให้เด็กๆ สามารถพูดคุยถึงหนังสือได้ พอพวกเขาคุ้ยเคยกับวิธีการเหล่านี้แล้ว เราก็จะได้รับฟังเรื่องราวต่างๆ มากมายจากการเล่าของเด็กๆ นอกจากนี้ยังมีวิธีที่จะทำให้หนังสือกลายเป็นหัวข้อสนทนา ในห้องเรียน เช่น

1. ครูถือหนังสือเดินไปเดินมาให้นักเรียนเห็นบ่อยๆ
2. ชมเชยนักเรียนในเรื่องที่เกี่ยวกับหนังสือบ่อยๆ
3. เล่าให้เด็กๆฟังว่า พวกเขาแต่ละคนคล้ายกับตัวละครในหนังสือเล่มไหนบ้าง
4. ให้หนังสือเป็นของขวัญแก่เด็กๆที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ

ตอนพักเมื่อครูหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน เด็กๆ อาจจะค่อยๆ ย่องมาใกล้แล้วถามว่า “คุณครูอ่านหนังสืออะไรอยู่หรอค่ะ ให้หนูยืมบ้างได้ไหม?”
เวลาเช่นนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ครูจะให้นักเรียนยืมหนังสือ พร้อมกับเล่าเรื่องย่อของหนังสือเล่มนั้นให้ฟังไปด้วย ผ่านไป 3 – 4 เดือน บรรยากาศในห้องเรียนก็จะมีแต่เรื่องเล่าเกี่ยวกับหนังสือไม่รู้จบ และจะเห็นว่าเด็กๆ นั้นสนใจการอ่านหนังสือโดยถ้วนหน้า
อ้างอิงจาก : Nam mi-young. 10 นาทีมหัศจรรย์ยามเช้า สร้างลูกรักการอ่าน. กรุงเทพฯ : ซีเอ็ดยูเคชั่น, 2554



ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
เข้าร่วมประกวดนักอ่านระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เด็กหญิงภัทรวดี สิงห์ไฝแก้ว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 เข้วร่วมประกวดนักอ่านระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เด็กชายธนพล อำมาตเอก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1/3
‘Read Thailand: อ่านเถิด…เด็กไทย อ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน’ โครงการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา เนื่องในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา พระราชกรณียกิจของพระองค์ในการพัฒนาประเทศนั้นต่อเนื่องยาวนานในทุกด้าน ทรงเป็นมิ่งขวัญสถิตย์กลางใจพสกนิกรทุกหมู่เหล่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้วันที่ 2 เมษายน เป็นวันหนังสือเด็กแห่งชาติและเป็นวันรักการอ่าน จากพระจริยวัตรและความสนพระทัยในการอ่าน การจดบันทึก การเขียนและการเรียนรู้ บังเกิดเป็นพระราชนิพนธ์จำนวนมาก ที่เป็นแบบอย่างอันงดงามให้แก่เด็กและเยาวชนไทย จากข้อมูลสถานการณ์ด้านการศึกษา การอ่านและการเรียนรู้ของประเทศไทยจากแหล่งต่างๆ ระบุตรงกันว่า เด็กและเยาวชนไทยยังอ่านหนังสือค่อนข้างน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับนานาประเทศ ซึ่งส่งผลต่อความสามารถด้านการอ่านและการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนไทย อาทิ ผลการประเมินของ PISA ด้านการอ่านในปี 2543 – 2552 และ IMD World competitiveness Yearbook ปี 2554 พบว่า ความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติด้านการศึกษาของประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 51 จากประเทศทั้งหมด 59 ประเทศ การพัฒนาด้านความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) ลดลง อนึ่ง หากย้อนทบทวนการรณรงค์ส่งเสริมการอ่านของประเทศไทยที่ผ่านมา พบว่า เมื่อปี 2547-2548 กระทรวงศึกษาธิการได้รณรงค์ให้ทุกโรงเรียนดำเนินการ “โครงการวางทุกงานอ่านทุกคน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 48 พรรษา” เป็นผลให้สถิติด้านการอ่านของเด็กและเยาวชนไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) ในสังกัดสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) ซึ่งมีวัตถุประสงค์การจัดตั้งเพื่อมุ่งเน้นการปลูกฝังและส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน การเรียนรู้ และการแสวงหาความรู้อย่างสร้างสรรค์ตลอดชีวิตจึงร่วมกับภาคีเครือข่าย ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ จัดทำโครงการ”Read Thailand : อ่านเถิด…เด็กไทย อ่านถวายเจ้าฟ้านักอ่าน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา และเป็นการปลูกฝัง สร้างเสริมนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ สำหรับเด็กในระดับประถมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนทุกสังกัด วัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา เพื่อรณรงค์ ปลูกฝังและส่งเสริมให้นักเรียน ครู ผู้บริหารโรงเรียน บุคลากรทางการศึกษา มีนิสัยรักการอ่าน การเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ เพื่อสร้างเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพการอ่านการเรียนรู้ของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายซึ่งเป็นช่วงการปูพื้นฐานที่สำคัญยิ่ง ให้เกิดประสิทธิผลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ทั้งด้านการคิดวิเคราะห์และคิดสังเคราะห์ กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของโรงเรียนประถมศึกษาทุกสังกัด ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กรุงเทพมหานคร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน ฯลฯ โดยแบ่งเป็น 3 ขนาด (ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่) …สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 การแข่งขันการอ่านออกเสียงและจับใจความสำคัญ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 งานศิลปหัตถกรรม ครั้งที่ 62 ระดับประเทศ ปีการศึกษา 2555