โรงเรียนบ้านตลาดชัย TALADCHAI SCHOOL

สรุปกิจกรรมงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน คร้ังที่ 66 ระดับเขตพี้นที่การศึกษา ปีการศึกษา 2559

วันที่ 20 พ.ย. 2559
ผู้เข้าชม : 413
สรุปผลการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่  66  ระดับเขตพื้นที่  ประจำปีการศึกษา  2559
โรงเรียนบ้านตลาดชัย  กลุ่มโรงเรียนเมืองบุรีรัมย์ 8
ลำดับ กลุ่มสาระ รายการ คะแนน เหรียญ อับดับที่ ชื่อ-สกุล
นักเรียน
ชื่อ-สกุล
ครูผู้ฝึกสอน
1 ภาษาไทย การแข่งขันคัดลายมือ  ป.1-3 72 เงิน 20 ด.ช.มะซอฬัส  หามะ นางจันทร์เพ็ญ  อุไรรัมย์
2 คณิตศาสตร์ การแข่งขันอัจฉริยภาพทางคณิตศาสตร์ ป.4-6 70 เงิน 5 ด.ญ.จงกล  นรินรัมย์ นางสากล  พิมพาชาติ
3 คณิตศาสตร์ การประกวดโครงงานคณิตศาสตร์ ประเภทบูรณาการความรู้ในคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ ม.1-3 90 ทอง รองชนะเลิศอันดับที่ 1 -ด.ญ.กิตติยา  สร้อยเสน
-ด.ญ.ศรีอัมพร  ปลอมรัมย์
-ด.ช.พงศกร  สร้อยเสน
นางวันทนา  สิ่วไธสง
นายยุทธิชัย  อักษรณรงค์
4 วิทยาศาสตร์ การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ประเภททดลอง 
ม.1-3
68 ทองแดง 4 -ด.ช.อานนท์  นรินรัมย์
-ด.ญ.อาริษา  มานุจำ
-ด.ญ.บัณฑิตา  ทองสุข
นายกำพล  เอื้อสามาลย์
นางจันทร์เพ็ญ  อุไรรัมย์
5 สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม การประกวดสวดมนต์แปลไทย  ป.1-ม.3 77 เงิน 10 -ด.ญ.กฤษณา  คำงาม
-ด.ญ.ฐานวีร์  ประทุมทอง
-ด.ญ.น้ำทิพย์  อะรัมย์
-ด.ญ.บุณสิตา  บุญครอง
-ด.ญ.พณิชา  ทองโท
-ด.ญ.มนัสท์  ไขยา
-ด.ญ.รจนกร  อำอาง
-ด.ญ.วิศัลยา  บุญครอง
-ด.ญ.อารยา  ไกรเสือ
-ด.ญ.เสาวลักษณ์  สีหา
นางเจนจิรา  อินทาหอม
นายกวีศิลป์  สำเร็จรัมย์
นางสาวศิรินภา  ธีระวิทยาภรร์
 
สรุปผลการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ครั้งที่  66  ระดับเขตพื้นที่  ประจำปีการศึกษา  2559
โรงเรียนบ้านตลาดชัย  กลุ่มโรงเรียนเมืองบุรีรัมย์ 8
ลำดับ กลุ่มสาระ รายการ คะแนน เหรียญ อับดับที่ ชื่อ-สกุล
นักเรียน
ชื่อ-สกุล
ครูผู้ฝึกสอน
6 ศิลปะ-ดนตรี การแข่งขันเดียวฆ้องวงเล็ก ม.1-3 91 ทอง ชนะเลิศ ด.ช.เมธี  ศรีวิชัย นายชัชวาลย์  ธีระวิทยาภรณ์
7 ศิลปะ-ดนตรี การแข่งขันขับร้องเพลงไทย ป.1-6 72 เงิน ชนะเลิศ ด.ญ.สริตา  สุขตาม นายกวีศิลป์  สำเร็จรัมย์
8 การงานอาชีพ การแข่งขันจัดสวนถาดแบบชื้น ม.1-3 81 ทอง 10 -ด.ช.ดนัย  ศรีชมพู
-ด.ช.สหมณฑล  ละเมียดดี
-ด.ช.สุธากร  เจ็ดรัมย์
นายกำพล  เอื้อสามาลย์
นางปราณี  นิลนันท์
 
ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ร่วมไว้อาลัยเพลงสุดท้ายครูชลธี แต่งให้สายัณห์ สัญญา ชื่อเพลงสุดท้าย ผู้ร้อง วันชนะ เกิดดี เนื้อร้อง/ทำนอง ครูชลธี ธารทอง "พี่เป้า" สายัณห์ สัญญา ระบบการทำงานร่างกายล้มเหลว เสียชีวิตแล้ว-เตรียมเคลื่อนศพไปวัดไร่ขิง วันที่ 11 ก.ย. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า เวลาประมาณ 12.35 น. พี่เป้า สายัณห์ สัญญา หรือ สายัณห์ ดีเสมอ อายุ 60 ปี นักร้องลูกทุ่งแหบมหาเสน่ห์ เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาลธนบุรี หลังจากล้มป่วยด้วยอาการมะเร็งตับอ่อนมาระยะหนึ่ง และมะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะต่างๆ แพทย์เผยระบบการทำงานร่างกายล้มเหลว มีรายงานว่า ก่อนที่พี่เป้า สายัณห์ จะสิ้นลมหายใจ ภรรยาได้เข้ามาบอกว่าให้หลับตาทำสมาธิ จากนั้นนักร้องลูกทุ่งระดับตำนานของประเทศไทยก็จากไปอย่างสงบ เบื้องต้น ญาติเตรียมนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดไร่ขิง จ.นครปฐม ในวันที่ 12 ก.ย. ส่วนวันเสาร์นี้งดการแสดงคอนเสิร์ต พระครูปลัดถาวร ถาวโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พระอารามหลวง ต.ไร่ขิง อ.สามพราน จ.นครปฐม เปิดเผยว่า ญาติสายัณห์ สัญญา ด้ติดต่อมาเพี่อขอตั้งศพสายัณห์ เพื่อประกอบพิธีรดน้ำศพ และสวดพระอภิธรรม ที่วัดไร่ขิง ในวันที่ 12 กันยายนนี้ โดยให้ทางวัดไร่ขิงประสานสำนักพระราชวังเพื่อขอน้ำหลวงอาบศพ โดยทางวัจัดศาลาเอนกประสงค์ ซึ่งเป็นศาลาใหญ่ และเป็นศาลาเดียวกันกับพิธีสวดอภิธรรมศพ ยอดรัก สลักใจ อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง สำหรับเวลานั้นญาติอยู่ระหว่างหารือกัน สรยุทธคุยกับสายัณห์ สัญญา ตีสิบ พี่เป้า สายัณห์ สัญญา ประวัติสายัณห์ สัญญา สายัณห์ สัญญา มีชื่อเดิมนามสกุลเดิมว่าสายัณห์ ดีเสมอ มีชื่อเล่นว่า เป้า เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ.2495 ณ ต.ป่าสะแก อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี บิดาชื่อนายอ่อง ดีเสมอ มารดาชื่อ นางบุญ ดีเสมอ ใครจะคาดคิดว่าเด็กหนุ่มเลือดสุพรรณ แห่ง อ.เดิมบางนางบวช รูปร่างผอมบาง ใบหน้าคมสันหล่อเหลาเอาการ เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขชาวนา กระดูกสันหลังของชาติโดยแท้ จะกลายมาเป็นนักร้องเพลงลูกทุ่งที่โด่งดังมากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทยในอนาคต เมื่อตอนเด็ก ๆ ได้ร่ำเรียนหนังสือที่โรงเรียนใกล้ ๆ บ้านคือ โรงเรียนวัดป่าสะแก จนจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 4แล้วก็ออกมาช่วยพ่อแม่ทำนาที่บ้าน แต่ทว่า อยู่ได้ไม่นานคุณพ่อก็เสียชีวิตกลางคัน ปล่อยให้ สายัณห์ ต้องเผชิญเวรเผชิญกรรมอยู่กับแม่บังเกิดเกล้าเท่านั้น สายัณห์นิยมชมชอบและรักการร้องเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่เด็ก ตระเวณประกวดร้องเพลงมามากมายนับครั้งไม่ถ้วน ได้รับรางวัลชนะเลิศมาก็หลายครั้ง โดยมีญาติผู้ใหญ่ที่ชื่อ น้าสว่าง เป็นผู้พาไปสมัครประกวดร้องเพลงตามสถานที่ต่าง ๆ แรกเริ่มชีวิตการเป็นนักร้อง วันหนึ่งวงดนตรีผ่องศรีมาเปิดทำการแสดงที่วัดราษฎร์บำรุง สมัยนั้นอยู่ในเขตอำเภอดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี และบนเวทีจัดให้มีการประกวดร้องเพลงด้วย สายัณห์จึงมาสมัครเพื่อเข้าร่วมประกวดร้องเพลงด้วย แต่ปรากฎว่าเขาปิดรับสมัครไปก่อนแล้ว ในช่วงที่รอการตัดสินการประกวดร้องเพลง สายัณห์จึงขอขึ้นเวทีไปร้องโชว์แทน เพลงที่สายัณห์ร้องโชว์คือ เพลงแฟนจ๋า ของสุรพล สมบัติเจริญ ปรากฎว่าเมื่อร้องเพลงจบได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้องจากผู้ชม ผ่องศรี วรนุช ประทับใจ จึงรับสายัณห์เข้าวงดนตรีเมื่อปี พ.ศ.2509 สายัณห์ตัดสินใจจากบ้านเกิดมุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพ ฯ พร้อมกับวงดนตรีผ่องศรี หวังเสี่ยงโชคชะตาชีวิตในเมืองสวรรค์เพื่อหวังมาขายเสียงเพลงแบบเดียวกับนักร้องรุ่นพี่คนเด่นคนดังเมืองสุพรรณ ที่นี่สายัณห์ต้องทำทุกอย่างที่ทางวงจะให้ทำ ไม่ว่าจะเป็นหางเครื่อง แบกกลอง เก็บของจิปาถะไปตามเรื่อง ความมานะอดทน ความซื่อสัตย์ ขยันอดทนเป็นบันไดเบื้องต้นของนักร้องที่จะก้าวไปเป็นผู้ยิ่งใหญ่ ไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ ถ้าไม่ขวนขวายไม่มีทางพบเจอ อยู่กับวงดนตรีผ่องศรี วรนุช ชื่อของสายัณห์เริ่มปรากฎออกมาให้แฟน ๆ ได้พบหน้าเป็นประจำโดยใช้ชื่อในการเป็นนักร้องว่า "กัมชัย ราษฎร์บำรุง" จากเริ่มเดิมทีคือคนเต้นหางเครื่องธรรมดา พอตอนหลังมาถึงได้มีโอกาสร้องเพลงบ้างเขาชอบร้องเพลงแนวของ ศรคีรี ศรีประจวบ มานานแล้วโดยเฉพาะ เพลงคิดถึงพี่ไหม ชอบมากเป็นพิเศษ ชีวิตการเป็นนักร้องเพลงลูกทุ่ง เริ่มมีอนาคตขึ้น และได้อัดแผ่นเสียงเป็นเพลงแรกในชีวิต 1 เพลง คือ เพลงหักใจไม่ลง อยู่กับผ่องศรีได้ประมาณ 3 ปี ผ่องศรีก็ยุบวง เส้นทางชีวิตเรียบง่ายไม่เป็น ก็ต้องย้ายวงไปเรื่อย ๆ เพื่อแสวงหาจังหวะชีวิตที่ลงตัว ไปอยู่กับวงดนตรีรวมดาวกระจาย ของครูสำเนียง ม่วงทอง ก็พบว่าการเป็นนักร้องเด่นดังนั้นมันไม่ใช่ภาพที่สวยหรูเหมือนที่ตนเองเคยวาดฝันไว้เลย ออกจากคณะรวมดาวกระจาย เพราะอยู่ไม่ได้ก็รับเชิญร้องเพลงไปเรื่อย ๆ ชื่อเสียงยังไม่มีเล่นตัวมากก็ไม่ได้ ปักหลักเข้าวงดนตรีอีกครั้ง เพราะมันมีหลักประกันความหิวได้ มากกว่าเร่ร่อนไปเรื่อยเปื่อย วงดนตรีบรรจบ เจริญพร วงดนตรีก้าน แก้วสุพรรณ จนมาถึงวงดนตรีชินกร ไกรลาศ ตอนแรกชินกรก็คิดอยู่นานว่าจะรับหรือไม่ แต่พอสอบถามจึงได้ความว่าสายัณห์เป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย ชินกรจึงรับไว้ หนุ่มสุพรรณผู้มีความรู้น้อย ไม่อาจเลือกงานอะไรได้มากนัก นอกจากร้องเพลงขายเสียงเสี่ยงดวงไปวัน ๆ จากวงนั้นมาวงนี้ จากวงนี้ไปวงโน้น วนเวียนไปมา และที่นี่เองที่วงดนตรีชินกร ไกรลาศ โชคชะตาก็ชักพาได้เจอกับผู้อุปการะที่แท้จริงคือ คุณพ่อเล็ก และคุณแม่น้อยศรี อิงคะนันท์ ซึ่งเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมันพรรุ่งโรจน์ บุคคโลและเป็นเจ้าของวงดนตรี รวมพร ซึ่งมีศักดิ์ สนธยา เป็นผู้จัดการวง พ.ศ. 2515 คุณพ่อเล็ก และคุณแม่น้อยศรี อิงคะนันท์ ออกทุนให้สายัณห์อัดแผ่นเสียง เริ่มต้นจากเพลงรักเธอเท่าฟ้า และ เพลงพลัดคู่ ความหวังที่ตั้งใจ คือเพลงดังจะได้มีงานทำ มีเงินใช้เหมือนคนอื่นเขาบ้าง แต่ความหวังที่คิดว่าเพลงมันจะดังกลับเป็นหมัน แผ่นเสียงถูกเก็บกักดองแช่เย็น กำลังใจหดหู่อยู่ไปก็ไม่มีความสุข อยู่กับชินกร ได้ไม่นานเพียงปีเศษก็อำลาออกจากวง จึงเข้าร่วมวงดนตรีรวมพร แต่ก็ไปไม่รอด ที่สุดก็เป็นเด็กล้างรถอยู่ในปี๊มน้ำมันพรรุ่งโรจน์ บุคคโล ชะตาเวียนวนจนเวียนหัว ชีวิตไม่มีอะไรดีขึ้น จะกลับบ้านก็กลับไม่ได้ วันหนึ่งขณะที่สายัณห์ช่วยงานล้างรถอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน ชลธี ธารทอง ครูเพลงชื่อดังที่ตอนนั้นยังเป็นนักร้อง และนักแต่งเพลงที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง และตัดสินใจจะกลับไปใช้ชีวิตชาวไร่ที่บ้านนอก เพราะไม่ประสบความสำเร็จในวงการเพลงได้แวะมาเข้าห้องน้ำที่ปั๊มแห่งนี้ และได้ยินสายัณห์ ร้องเพลงของ ศรคีรี ศรีประจวบ ได้ถูกใจ หลังจากได้คุยกัน สายัณห์บอกว่าเขาอยากเป็นนักร้อง และมีนายทุนซึ่งก็คือ เจ้าของปั๊มน้ำมันนั่นเอง ชลธี จึงมอง เพลงลูกสาวผู้การ และ เพลงแหม่มปลาร้าให้สายัณห์ฟรี ๆ โดยเดิมที 2 เพลงนี้ชลธีจะแต่งให้ศรคีรีร้อง แต่ศรคีรีโชคร้ายประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตไปก่อน การได้ร้องบันทึกแผ่นเสียง 2 เพลงนี้ได้รับความอุปการะจากคุณพ่อเล็ก และคุณแม่น้อยศรี เช่นเดิม ก่อกำเนิดวงดนตรีน้องใหม่ที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ยังไม่รู้ว่าผลงานการแสดงจะเป็นอย่างไรบ้าง จะน่าดูหรือไม่น่าดู จากการผลักดันสนับสนุนของคุณพ่อเล็ก และคุณแม่น้อยศรี อิงคะนันท์ ผู้มีพระคุณมาตั้งแต่แรก วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2516 คือวันเปิดวงครั้งแรก แสดงที่บึงพลาญชัย อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ดผู้คนแห่นแหนมาดู ชนิดมืดฟ้ามัวดิน ไม่น่าเป็นไปได้แต่มันก็เป็นไปแล้ว เปิดวงใหม่ ๆ ค่าตัวค่าแสดงทั้งวง 8,000 บาท ปีแรกเริ่มของการก่อตั้งวงดนตรีเผชิญหน้ากับอุปสรรคมากมายหลากหลายเหตุผล แต่ก็พอจะมีเพลงดังให้คนได้จดจำไม่น้อย เริ่มจาก ลูกสาวผู้การ , แหม่มปลาร้า รวมทั้งเพลงที่คุณพ่อเล็ก และคุณแม่น้อยศรี อิงคะนันท์ เคยอัดให้ไว้ก่อนแต่ไม่ยอมตัดแผ่นเชียร์ เริ่มต้นเอาออกมาเชียร์กันทีหลัง และก็ดังต่อเนื่องกันมามี รักเธอเท่าฟ้า และ พลัดคู่ ชีวิตศิลปินน้องใหม่ หันหน้าไปหาใครก็ยังไร้บารมี ต้องอดทนอดกลั้นถึงที่สุด ประคับประคองวงดนตรีจนถึงปลายปี ก็โชคดีซ้อน ได้เพลงเด่นส่งอีกถึง 2 เพลง คือเพลงสัญญา 5 ปี และ เพลงลารักจากสวนแตง และที่เจ็บปวดคือประชาชนแฟนเพลงสับสนเหมือนงงจนแยกแยะอะไรไม่ได้ เพราะมีวงดนตรีสัญญา สายัณห์ เกิดขึ้นมาเป็นคู่แข่งด้วย วงดนตรีสองวงชื่อละม้ายคล้ายคลึงกันจนแยกแทบไม่ออกว่าใครเป็นใคร แถมเสียงร้องก็เกือบจะเหมือนกันอีก สายัณห์ตัดสินใจว่าถ้าขืนปล่อยไปอย่างนี้ ยิ่งเวลาเนิ่นนานไปความเสียหายก็จะเกิดขึ้น ดีไม่ดีอาจจะถึงขั้นล้มวง ในที่สุดสายัณห์ก็ตัดสินใจเข้าหาผู้ใหญ่ เพื่อให้ท่านเปลี่ยนสัญญา สายัณห์ เสียใหม่ ซึ่งผู้ใหญ่ก็ตกลงกันได้เป็นอย่างดี จากนั้นมาก็มีวงดนตรี สายัณห์ สัญญา และวงดนตรีสัญญา พรนารายณ์ ต่างคนต่างทำมาหากินกันไปไม่สับสนเหมือนตอนแรก แฟนเพลงก็เริ่มเข้าใจดีขึ้น ถึงปลายปีโชคดีก็มาเยือนอีกครั้ง มีเพลงดังตามต่อเนื่องขึ้นมาอีก อาทิ จำปาลืมต้น , นางกวักมหาเสน่ห์ และนางฟ้ายังอาย ช่วงระยะปีที่สองของวงดนตรีน้องใหม่ เจ้าของเพลงดังหลายเพลงต่อเนื่องกัน ได้ขยับค่าตัวจาก 8,000 บาท เป็น 12,000 บาท และยังไม่ทันจะมีผลงานอะไรเพิ่มเติม สมชาย ทองขาว นักวางแผนจัดการนักเขียนหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ และโปรโมเตอร์นักบุ๊คงานการแสดงเดินสาย ที่ได้ชื่อว่าทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในวงการเพลงลูกทุ่ง ได้ก้าวเข้ามาดูแลบุ๊คการแสดงให้ จากค่าตัววง 12,000 บาท เลยได้ขยับขึ้นไปเป็น 20,000 บาท สายัณห์ สัญญาอดทนดิ้นรนต่อสู้เพื่อแสวงหาชื่อเสียงมานาน พอมีวงดนตรีในชื่อตนเองก็พยายามสร้างผลงานให้ดีที่สุด เท่าที่จะมีความรู้ความสามารถ ไม่น่าเชื่อพออย่างเข้าสู่ปีที่ 3 เท่านั้นเอง วงดนตรีที่ล้มลุกคลุกคลานก็กลับเฟื่องฟูถึงขีดสุด สายัณห์ สัญญา ก้มหน้าก้มตาสร้างผลงานต่อไปอย่างตั้งใจเต็มที่ ผลของความมุมานะก็ทำให้เพลงดังต่อเนื่องอีกในช่วงปลายปีทั้งเพลงลานเทสะเทือน และเพลงน้ำตาอีสาน ดังทะลุทะลวงส่งให้สายัณห์ สัญญา เป็นขวัญใจแฟนเพลงตัวจริง นับจากนั้นเป็นต้นมา จากอดีตถึงปัจจุบันแฟนเพลงทั้งประเทศก็รู้จักและชื่นชอบในบทเพลงจากเสียงร้องของเขาในนามของ สายัณห์ สัญญา นักเพลงคนจนเจ้าของ ขวัญใจคนเดิม 'พี่เป้า-สายัณห์ สัญญา'ป่วยหนัก! 'พี่เป้า-สายัณห์ สัญญา'ป่วยหนัก! ฝ่ายประชาสัมพันธ์แจ้งหมอญาติเตรียมแถลงอาการ 18 ก.ค.นี้ 17ก.ค.2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของนายสายัณห์ ดีเสมอ หรือ สายัณห์ สัญญา นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ได้แจ้งว่าขณะนี้ "สายัณห์" ป่วยหนัก กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศรีวิชัย สามแยกไฟฉาย กรุงเทพฯ ทางครอบครัวพร้อมด้วยคณะแพทย์จะแถลงข่าวเรื่องอาการในวัน 18 ก.ค. นี้ ทั้งนี้เมื่อเวลา14.00น.ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก ได้เดินทางไปที่ ร.พ.ศรีวิชัย ถนนจรัญสนิทวงศ์โดยได้สอบถามทีมงาน ซึ่งเป็นเพื่อนของสายัณห์ ซึ่งแจ้งว่า แพทย์ยังไม่อนุญาตให้เข้าเยี่ยมเนื่อิงจากต้องการให้นักร้องคนดังพักผ่อนมากๆ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสอบถามรายละเอียดได้ความว่า เมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สายัณห์ มีอาการอ่อนแรง จึงให้ทีมงานพา ส่งรพ.เกษมราษฎประชาชื่น ซึ่งแพทย์ได้ทำการตรวจพบว่าสายัณห์มีนํ้าตาลในเลือดในปริมาณที่มาก และตรวจพบจุดดำที่บริเวณตับอ่อน จึงแจ้งให้สายัณห์ทราบ และให้นอนดูอาการที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 2คืน ก่อนที่สายัณห์จะกลับมานอนพักฟื้นที่บ้าน ต่อมา เมื่อวันจันทร์ที่ 15 ก.ค. เวลา 20.00 น. ที่ผ่านมา อาการไม่ดีขึ้น ทีมงานจึงนำตัวส่ง ร.พ.ศรีวิชัย ทันที ซึ่งทีมงานเปิดเผยรายละเอียดเบื้องต้นว่า นักร้องชื่อดัง ยังนอนรักษาตัวอยู่โดยทางแพทย์ได้ให้เลือดจำนวน 3 ถุง เนื่องจากเลือดของสายัณห์จางกว่าคนทั่วไป และให้ยาที่แรง เพราะต้องการให้พักผ่อนมากๆส่วนผลการตรวจว่าเป็นมะเร็งหรือไม่นั้น ต้องรออีก3วัน และจะมีการแถลงข่าวในวันที่ 18 ก.ค.เวลา14.00น ที่ ร.พ.ศรีวิชัย ส่วนบรรยากาศที่ ร.พ.ศรีวิชัย ตลอดทั้งวัน มีบรรดาคนในวงการลูกทุ่งเดินทางมาเยี่ยมสายัณห์ ตลอดทั้งวัน อาทิ ผ่องศรี วรนุช ศิลปินแห่งชาติ ศรชัย เมฆวิเชียร เบิ้มละโว้ อ้อ อังกินันท์ แต่ไม่ได้เข้าเยี่ยมดูอาการ เนื่องจากสายัณห์ยังมีอาการอ่อนเพลียอยู่ สำหรับนักร้องชื่อดังสายัณห์ สัญญา มีชื่อจริงเดิมว่า สายัณห์ ดีเสมอ มีชื่อเล่นว่า " เป้า " เกิดเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2496 ที่ ต. ป่าสะแก อ.เดิมบางนางบวช จ. สุพรรณบุรี เป็นบุตรนายอ่อง และนางบุญช่วย ดีเสมอ ประกอบอาชีพเป็นชาวนา สายัณห์ชอบการร้องเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่เด็ก เคยประ กวดร้องเพลงมามากมาย ต่อมาไปสมัครเป็นนักร้องอยู่วงดนตรีเทียนชัย สมยาประเสริฐ (สามี ผ่องศรี วรนุช)แต่ยังไม่ได้ออกหน้าเวที จากนั้นได้ย้ายไปอยู่กับวงดนตรีผ่องศรี วรนุช ตามคำชักชวนของราเชนทร์ เรืองเนตร โดยสายัณห์เริ่มออกเวทีในฐานะหางเครื่อง ต่อมาได้มีโอกาสร้องเพลงด้วย โดยร้องเพลงแนวศรคีรี ศรีประจวบ เป็นหลัก สายัณห์อยู่ได้ 3 ปี วงก็ยุบ จากนั้นว่าที่นักร้องดังแห่งยุคไปอยู่กับวงดนตรีอีกมากมายหลายวง อย่าง "รวมดาวกระจาย" ของครูสำเนียง ม่วงทอง , บรรจบ เจริญพร , ก้าน แก้วสุพรรณ และชินกร ไกรลาศ โดยในยุคนี้ สายัณห์ ใช้ชื่อว่า " กัมชัย ลูกราษฎร์บำรุง " ต่อมาสายัณห์มาอยู่กับวง" รวมพร " ของคุณเล็ก และคุณน้อยศรี อิงคะนันท์ เจ้าของปั๊มน้ำมันพรรุ่งโรจน์ ย่านบุคคโล และได้รับการสนับสนุนจากคนทั้งสองให้บันทึกเสียงเป็นครั้งแรก คือ" รักเธอเท่าฟ้า " ของครูฉลอง การะเกต ซึ่งทำให้พอจะเป็นที่รู้จักของแฟนเพลงอยู่บ้าง วันหนึ่งขณะที่สายัณห์ ช่วยงานล้างรถอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน ชลธี ธารทอง ครูเพลงชื่อดังที่ตอนนั้นยังเป็นนักร้อง และนักแต่งเพลงที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงได้แวะมาเข้าห้องน้ำที่ปั้มแห่งนี้ และได้ยินสายัณห์ ร้องเพลงของศรคีรีได้ถูกใจ หลังได้คุยกัน สายัณห์บอกว่า อยากเป็นนักร้อง โดยตอนนั้นครูชลธี จึงมอบเพลง"ลูกสาวผู้การ" และ" แหม่มปลาร้า" ให้สายัณห์ฟรีๆ และ 2 เพลงนี้นี่เองที่ทำให้สายัณห์ได้แจ้งเกิดในวงการเต็มตัว และนำหนุ่มชาวไร่ข้าวโพดอย่างชลธี ธารทองกลับมาโลดแล่นในวงการลูกทุ่งเมืองไทย หลังจาก 2 เพลงแรกโด่งดัง ทำให้แพลงแรกของสายัณห์อย่าง " รักเธอเท่าฟ้า " โด่งดังตามไปด้วย จากนั้นในปี 2516 มีการตั้งวงดนตรีสายัณห์ สัญญา และ นับตั้งแต่นั้น สายัณห์ ก็ผลิตผลงานออกมาประดับวงการลูกทุ่งเมืองไทยมากมาย อาทิ ไก่จ๋า สายัณห์ขายใจ กินอะไรถึงสวย ผู้เสียสละ รักเธอเท่าฟ้า ตัวไกลใจเหงา เกลียดห้องเบอร์ 5 ฯลฯ 'สายัณห์'อาการทรุดหลังขึ้นคอนเสิร์ต 'สายัณห์ สัญญา' อาการทรุดหนัก ผู้จัดการส่วนตัวเผยหลังขึ้นคอนเสิร์ตร่างกายอ่อนแออย่างหนัก ตับแย่ลงมาก แถมตัวเหลือง เชื่อฝืนสังขารเพื่อแฟนเพลง ถึงกับอาการทรุดหนัก หลังจากนายสายัณห์ สัญญา นักร้องลูกทุ่งชื่อดังขึ้นเวทีคอนเสิร์ต "วันอำลาขวัญใจคนเดิมสายัณห์ สัญญา" ที่ศูนย์การค้าพระประแดงอาเขต จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 กรกฎาคม ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า นายมานิตย์ อังกินันทน์ หรือ “อ้อ” ผู้จัดการส่วนตัวเปิดเผยถึงอาการของนักร้องลูกทุ่งดังหลังขึ้นเวทีคอนเสิร์ตว่า อาการของสายัณห์ทรุดลงกว่าเดิม ก่อนหน้านั้นตับอยู่ในสภาพแย่อยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ส่วนค่าความเหลืองที่เคยอยู่ในระดับ 1 ก็เพิ่มเป็นระดับ 3 ส่งผลให้มีอาการตัวเหลือง ตาเหลืองอย่างมาก นายมานิตย์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้สภาพร่างกายโดยรวมของสายัณห์ค่อนข้างอ่อนแอมาก แพทย์จึงจำเป็นต้องดูแลเรื่องอาหารเพื่อบำรุงร่างกายเป็นพิเศษ ต้องให้โปรตีนไข่ทางสายยางเพิ่ม โดยวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ แพทย์จะส่องกล้องเข้าไปในร่างกายเพื่อเตรียมการรักษาอย่างจริงจัง และแพทย์สั่งงดเยี่ยม เพราะสายัณห์ต้องการพักผ่อนเป็นอย่างมาก เพื่อการฟื้นฟูร่างกาย "ก่อนหน้าขึ้นคอนเสิร์ตตับแย่อยู่แล้ว เมื่อขึ้นคอนเสิร์ตกลับมายิ่งแย่กว่าเก่า ตอนนี้แพทย์ห้ามหมดทั้งเนื้อสัตว์ ทั้งอะไร ต้องให้กินอาหารที่โรงพยาบาลจัดให้อย่างเดียว แพทย์ให้พักผ่อนเยอะๆ และถ้าพี่เป้าแกกลับตั้งแต่ลงเวทีรอบแรกอาการจะไม่หนักขนาดนี้ แต่เพราะแกไม่ยอม อยากจะขึ้นอีกรอบด้วยซ้ำ เพราะว่าฝนตกหนักมาก แต่แฟนคลับยังยืนถือร่ม บางคนตากฝนรอ พี่เป้าบอกว่าจะให้กลับได้ยังไง จึงอยู่ต่อ สภาพร่างกายแกเลยไม่ไหว เห็นได้เลยว่าตัวซีด แล้วเวียนหัว สุดท้ายหมอขอให้กลับ แต่พี่เป้าดีใจกับคอนเสิร์ตเมื่อคืนมาก ที่คนดูมาเยอะ ส่วนสภาพร่างกายพี่เป้าที่ดูแย่ลงแกบอกว่าช่างมัน คือพี่เป้ามีความสุขกับเมื่อคืนมากจริงๆ” นายมานิตย์กล่าว ด้าน นางวรรณพร สัมฤทธิ์ ภรรยาของสายัณห์ สัญญา กล่าวว่า ภูมิคุ้มกันของร่างสามีค่อนข้างแย่ แต่กำลังใจของครอบครัวยังคงเต็มร้อยเหมือนเดิม ก่อนหน้านี้ไปสวดมนต์ ทำบุญ และอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายที่ ไม่ว่าจะเป็นที่วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี หรือจะเป็นวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ซึ่งหวังว่าบุญกุศลที่ทำมาทั้งหมดจะส่งผลให้สามีอาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวขอขอบคุณแฟนเพลงของสามีที่ยังคงเป็นกำลังใจ และรักเสมอมา “ลูก ๆ เขาจะค่อนข้างอ่อนไหว พอหมอบอกอาการของพ่อ เขาจะร้องไห้ เราเป็นแม่เลยต้องเข้มแข็งไว้ จะอ่อนแอให้เห็นไม่ได้ เพราะพวกเรายังมีความหวังจะสู้กับมัน แล้วที่เห็นแฟนๆ ที่ต้อนรับพี่เป้าที่คอนเสิร์ตเมื่อคืน เราตื้นตันใจแทน พี่เป้าเองน้ำตาคลอ เขาก็คงดีใจมาก เราเองจะร้องไม่ได้ ต้องกลั้นไว้ ยังไงก็ต้องขอบคุณแฟนเพลงที่เป็นกำลังใจให้เสมอมา” นางวรรณพรกล่าว ขณะที่ นายศุภธร จันทรกุล ผู้จัดการแผนกสื่อสารการตลาด โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า “เบื้องต้นอาการโดยรวมเมื่อเวลา 15.00 น. สายัณห์ สัญญา มีอาการค่อนข้างดี ระดับน้ำตาลในเลือดสามารถควบคุมได้ในระดับปกติ ตอนนี้ทางแพทย์พยายามเตรียมความพร้อมด้านสภาพร่างกายให้ดีที่สุด เพื่อจะส่องกล้องในช่วงเช้าวันที่ 29 กรกฎาคม หากผลออกมาจะสามารถวางแผนการรักษา และเริ่มเคมีบำบัดได้ทันที ส่วนกรณีที่ผู้จัดการส่วนตัวระบุว่าสายัณห์มีอาการทางตับไม่ค่อยดีนั้น เป็นเรื่องที่ทางแพทย์กังวลอยู่นานแล้ว จึงอยากรีบดำเนินการรักษาโดยเร็ว ตั้งแต่วันที่ทราบผลการตรวจมะเร็ง แต่เนื่องจากสายัณห์ติดภารกิจต่างๆ จึงทำให้กระบวนการรักษาล่าช้าออกไป” นางจันทร์จิรา ฟ้าระยอง อายุ 52 ปี อดีตลูกวงของสายัณห์ สัญญา เดินทางจาก จ.ระยอง มาเยี่ยมนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง พร้อมกล่าวว่า รู้สึกตกใจที่ทราบข่าว แต่ภาวนาให้นักร้องคนดังไม่เป็นไร วันนี้ตั้งใจมาเยี่ยมๆ และพาลูกหลานมาเยี่ยมอาการด้วย เพราะอยู่กับวงมาตั้งแต่ปี 2524 ต้องบอกว่าสมัยที่อยู่ด้วยกันสายัณห์ สัญญา เป็นคนสปอร์ตมาก ใจดี มีลูกวงอยู่ 120 คน ช่วงที่วงหยุดไม่มีการแสดงจะให้ค่าเช่าบ้าน ข้าวสาร ใครเจ็บไข้ได้ป่วยเบิกเงินได้ก่อนชมการแสดงสด ของสายัณห์ สัญญา ชุดล้นเกล้าเผ่าไทย เปิดเทอมรอรัก -สายัณห์ สัญญา รักจริงมีไหมใจเธอ สายัณห์ สัญญา ขอสถิตย์ในใจเธอ - สายัณห์ สัญญา รักจริงหรือเปล่า - สายัณห์ สัญญา
"ย่านาง" ตำรับยาแก้ไข้ สมุนไพรอายุวัฒนะ ใบย่านาง สมุนไพรโบราณสุดมหัศจรรย์ที่เปี่ยมสรรพคุณทางยา และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เรามาทำความรู้จักกับสมุนไพรชนิดนี้กันเถอะ ย่านาง เป็นสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้ตั้งแต่โบราณในการรักษาโรคต่าง ๆ รวมถึงการนำมาทำอาหารหลากหลายชนิด ซึ่ง หมอเขียว ใจเพชร นักวิชาการสาธารณสุข ครูฝึกแพทย์แผนไทย และนักบำบัดสุขภาพทางเลือก เคยนำมาอธิบายไว้ในหนังสือ "ย่านาง สมุนไพรมหัศจรรย์" เกี่ยวกับประโยชน์และสรรพคุณมากมายของย่านาง ซึ่งทางภาคอีสานหมอยาโบราณเรียกย่านางว่า "หมื่นปี บ่ เฒ่า" แปลเป็นภาษากลางว่า "หมื่นปีไม่แก่"และในปัจจุบัน ย่านาง ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการรักษาแบบแพทย์ทางเลือก เพื่อรักษาอาการป่วยต่าง ๆ รวมทั้งการปรับสมดุลในร่างกาย เรามาทำความรู้จักกับพืชชนิดนี้กันให้มากกว่านี้ดีกว่า รับรองว่าจะต้องทึ่งกับสรรพคุณที่มากมายของย่านางแน่นอน ก่อนที่จะไปดูกันถึงเรื่องสรรพคุณและประโยชน์ เรามาทำความรู้จักกับพืชชนิดนี้กันก่อน ย่านาง หรือใบย่านาง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tiliacora triandra (Colebr.) Diels มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Bamboo grass ทางภาคเหนือเรียกว่า จ้อยนาง ภาคกลางเรียก เถาย่านาง เถาวัลย์เขียว และภาคใต้จะเรียกว่า ยาดนาง เป็นพืชในตระกูลไม้เลื้อย กิ่งอ่อนมีขนอ่อนปกคลุม เมื่อแก่แล้วผิวค่อนข้างเรียบ รากมีขนาดใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกติดกับลำต้นแบบสลับ รูปร่างใบคล้ายรูปไข่หรือรูปไข่ขอบขนานปลายใบเรียว ฐานใบมน ขนาดใบยาว 5-10 ซม. กว้าง 2-4 ซม. ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว 1 ซม. ดอกออกตามซอกโคนก้านใบเป็นช่องยาว 2-5 ซม. ช่อหนึ่ง ๆ มีดอกขนาดเล็กสีเหลือง 3-5 ดอก ดอกแยกเพศอยู่คนละต้นไม่มีกลีบดอก ผลรูปร่างกลมรีขนาดเล็ก สีเขียว เมื่อแก่กลายเป็นสีเหลืองอมแดงและกลายเป็นสีดำ ย่านางเป็นพืชที่มีฤทธิ์เย็น สามารถช่วยดับพิษร้อนต่าง ๆ ได้ ใบย่านาง สมุนไพรโบราณสุดมหัศจรรย์ที่เปี่ยมสรรพคุณทางยา และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เรามาทำความรู้จักกับสมุนไพรชนิดนี้กันเถอะ ย่านาง เป็นสมุนไพรที่ถูกนำมาใช้ตั้งแต่โบราณในการรักษาโรคต่าง ๆ รวมถึงการนำมาทำอาหารหลากหลายชนิด ซึ่ง หมอเขียว ใจเพชร นักวิชาการสาธารณสุข ครูฝึกแพทย์แผนไทย และนักบำบัดสุขภาพทางเลือก เคยนำมาอธิบายไว้ในหนังสือ "ย่านาง สมุนไพรมหัศจรรย์" เกี่ยวกับประโยชน์และสรรพคุณมากมายของย่านาง ซึ่งทางภาคอีสานหมอยาโบราณเรียกย่านางว่า "หมื่นปี บ่ เฒ่า" แปลเป็นภาษากลางว่า "หมื่นปีไม่แก่"และในปัจจุบัน ย่านาง ถูกใช้อย่างแพร่หลายในการรักษาแบบแพทย์ทางเลือก เพื่อรักษาอาการป่วยต่าง ๆ รวมทั้งการปรับสมดุลในร่างกาย เรามาทำความรู้จักกับพืชชนิดนี้กันให้มากกว่านี้ดีกว่า รับรองว่าจะต้องทึ่งกับสรรพคุณที่มากมายของย่านางแน่นอน ก่อนที่จะไปดูกันถึงเรื่องสรรพคุณและประโยชน์ เรามาทำความรู้จักกับพืชชนิดนี้กันก่อนดีกว่า ย่านาง หรือใบย่านาง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Tiliacora triandra (Colebr.) Diels มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Bamboo grass ทางภาคเหนือเรียกว่า จ้อยนาง ภาคกลางเรียก เถาย่านาง เถาวัลย์เขียว และภาคใต้จะเรียกว่า ยาดนาง เป็นพืชในตระกูลไม้เลื้อย กิ่งอ่อนมีขนอ่อนปกคลุม เมื่อแก่แล้วผิวค่อนข้างเรียบ รากมีขนาดใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว ออกติดกับลำต้นแบบสลับ รูปร่างใบคล้ายรูปไข่หรือรูปไข่ขอบขนานปลายใบเรียว ฐานใบมน ขนาดใบยาว 5-10 ซม. กว้าง 2-4 ซม. ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว 1 ซม. ดอกออกตามซอกโคนก้านใบเป็นช่องยาว 2-5 ซม. ช่อหนึ่ง ๆ มีดอกขนาดเล็กสีเหลือง 3-5 ดอก ดอกแยกเพศอยู่คนละต้นไม่มีกลีบดอก ผลรูปร่างกลมรีขนาดเล็ก สีเขียว เมื่อแก่กลายเป็นสีเหลืองอมแดงและกลายเป็นสีดำ ย่านางเป็นพืชที่มีฤทธิ์เย็น สามารถช่วยดับพิษร้อนต่าง ๆ ได้ คุณค่าทางโภชนาการของใบย่านาง ในใบย่านาง 100 กรัมจะ มีคุณค่าทางโภชนาการดังนี้ พลังงาน 95 กิโลแคลอรี่ เส้นใย 7.9 กรัม แคลเซียม 155 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 11 มิลลิกรัม เหล็ก 7.0 มิลลิกรัม วิตามินเอ 30625 IU วิตามินบีหนึ่ง 0.03 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.36 มิลลิกรัม ไนอาซิน 1.4 มิลลิกรัม วิตามินซี 141 มิลลิกรัม โปรตีน 15.5 เปอร์เซนต์ ฟอสฟอรัส 0.24 เปอร์เซนต์ โพแทสเซียม 1.29 เปอร์เซนต์ แคลเซียม 1.42 เปอร์เซนต์ แทนนิน 0.21 เปอร์เซนต์ สรรพคุณทางยาของย่านาง ย่านางนั้นมีสรรพคุณทางยาที่ขึ้นชื่อมากมาย ซึ่งสรรพคุณทางยาไม่ได้มีเพียงแค่ในใบย่านางเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนอื่น ๆ ของต้นก็มีประโยชน์มากมายเช่นกัน ราก รากของย่านาง นิยมนำมาใช้เพื่อแก้อาการไข้ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้หัด ไข้ฝีดาษ ไข้กาฬ หรือ ไข้ทับระดู และอาการเบื่อเมา นอกจากนี้รากของย่านางยังเป็นหนึ่งในส่วนประกอบของตำรับยาเบญจโลกวิเชียร หรือยา 5 ราก หรือแก้วห้าดวง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาสมุนไพร โดยยาดังกล่าวเป็นสามารถรักษาโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในขณะเริ่มแรกได้ โดยนำรากแห้งต้มกับน้ำครั้งละ 1 กำมือ แล้วดื่มก่อนอาหาร วันละ 3 ครั้ง ใบ ใบย่านาง คือเป็นส่วนที่มีประโยชน์และถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคมากที่สุด เพราะเป็นพืชที่มีฤทธิ์เย็น และมีสารต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง นอกจากนี้ถูกจัดเอาไว้ในตำราสมุนไพรว่าเป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย ซึ่งประโยชน์ของใบย่านางในการรักษาโรคมีดังนี้ รักษาและป้องกันโรคภัยต่าง ๆ ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง ช่วยป้องกันและบำบัดการเกิดโรคหัวใจ ช่วยป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งได้ สำหรับผู้ที่เป็นมะเร็ง หากดื่มน้ำใบย่านางเป็นประจำ จะทำให้ก้อนเนื้อมะเร็งจะฝ่อและเล็กลง ช่วยป้องกันและรักษาโรคภูมิแพ้ ไอจาม มีน้ำมูกและเสมหะ ช่วยรักษาอาการร้อนแต่ไม่มีเหงื่อ ช่วยรักษาอาการของโรคเบาหวาน โดยไปลดระดับน้ำตาลในเลือดให้ลดลง มีส่วนช่วยช่วยอาการปวดตึง ปวดตามกล้ามเนื้อ ปวดชาบริเวณต่าง ๆ มีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรีย ช่วยรักษาอาการเกร็ง ชัก หรือเป็นตะคริวบ่อย ๆ ช่วยแก้อาการเจ็บเหมือนมีไฟช็อตหรือมีเข็มแทงหรือมีอาการร้อนเหมือนไฟ ช่วยแก้อาการเหงือกอักเสบอย่างรุนแรงและเรื้อรัง ช่วยรักษาโรคตับอักเสบ ช่วยรักษาโรคไทรอยด์เป็นพิษ ช่วยป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวาร ช่วยป้องกันการเกิดโรคเกาต์ ระบบทางเดินอาหาร ช่วยรักษาอาการท้องเสีย เพราะช่วยฆ่าเชื้อโรคที่เป็นต้นเหตุได้ ช่วยบรรเทาอาการอาการปวดท้องอย่างเฉียบพลัน ช่วยแก้อาการท้องผูก ลดอาการแสบท้อง ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ ช่วยลดอาการหดเกร็งตามลำไส้ ช่วยรักษาอาการกรดไหลย้อน ระบบทางเดินหายใจ ช่วยป้องกันและรักษาโรคหอบหืด ช่วยรักษาอาการของโรคไซนัสอักเสบ ระบบผิวหนัง ช่วยชะลอและลดการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ช่วยป้องกันไม่ให้เส้นเลือดฝอยในร่างกายแตกใต้ผิวหนังได้ง่าย ช่วยรักษาอาการตกกระที่ผิวเป็นจ้ำ ๆ สีน้ำตาลตามร่างกาย ช่วยในการรักษาโรคเริม งูสวัด รักษาสิว ฝ้า ตุ่มคัน ตุ่มใส ผื่นคัน พอกฝีหนอง โดยการน้ำใบย่านางเมื่อนำมาผสมกับดินสอพองหรือปูนเคี้ยวหมากจนเหลว แล้วนำมาทา ช่วยแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย ช่วยรักษาอาการผิวหนังมีความผิดปกติคล้ายรอยไหม้ ช่วยป้องกันและรักษาอาการส้นเท้าแตก เจ็บส้นเท้า ช่วยรักษาอาการเล็บมือเล็บเท้าผุ โดยรักษาอาการเล็บมือเล็บเท้าขวางสั้น ผุ ฉีกง่าย หรือในเล็บมีสีน้ำตาลดำคล้ำ อาการอักเสบที่โคนเล็บ ระบบสืบพันธุ์และทางเดินปัสสาวะ ช่วยรักษาโรคนิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในถุงน้ำดี ช่วยรักษาอาการปัสสาวะแสบขัด ออกร้อนในทางเดินปัสสาวะ ช่วยแก้อาการปัสสาวะมีสีเข้ม ปัสสาวะบ่อย หรือมีอาการปัสสาวะออกมาเป็นเลือด ช่วยรักษาอาการมดลูกโต อาการปวดมดลูก ตกเลือดได้ ช่วยบำบัดรักษาโรคต่อมลูกหมากโต ช่วยป้องกันโรคไส้เลื่อน ช่วยรักษาอาการตกขาว สร้างเสริมและบำรุงสุขภาพ ช่วยลดน้ำหนัก โดยการเผาผลาญไขมันและนำไปใช้เป็นพลังงาน ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านโรคในร่างกายให้แข็งแรง ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย ช่วยฟื้นฟูเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย ช่วยในการปรับสมดุลของร่างกาย ช่วยในการบำรุงรักษาตับ และไต ช่วยรักษาและบำบัดอาการอัมพฤกษ์ ช่วยแก้อาการอ่อนล้า อ่อนเพลียของร่างกาย ช่วยรักษาอาการเกร็ง ชัก หรือเป็นตะคริวบ่อย ๆ ช่วยแก้อาการเจ็บเหมือนมีไฟช็อตหรือมีเข็มแทงหรือมีอาการร้อนเหมือนไฟ ช่วยรักษาอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม คลื่นไส้ อาเจียนได้ ช่วยแก้อาการง่วงนอนหลังการรับประทานอาหาร ช่วยแก้อาการเลือดกำเดาไหล ช่วยในการบำรุงสายตาและรักษาโรคเกี่ยวกับตา เช่น ตาแดง ตาแห้ง ตามัว แสบตา ปวดตา ตาลาย เป็นต้น ช่วยรักษาอาการปากคอแห้ง ริมฝีปากแตกหรือลอกเป็นขุย ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเสมหะเหนียวข้น ขาวขุ่น มีสีเหลืองหรือเขียว หรืออาการเสมหะพันคอ ช่วยลดอาการนอนกรน ช่วยแก้อาการเจ็บปลายลิ้น ช่วยป้องกันและบำบัดรักษาโรคหัวใจ ช่วยป้องกันและรักษาโรคหอบหืด ช่วยรักษาโรคตับอักเสบ เถา เถาของย่านางช่วยลดความร้อนและแก้พิษตานซาง และยังมีข้อมูลทางเภสัชวิทยาระบุอีกว่า สามารถช่วยต้านมาลาเรีย และยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้ได้ ประโยชน์ของใบย่านาง ใบย่านางนั้นมีประโยชน์ในการช่วยชะลอการเกิดผมหงอก ทำให้ผมดำและนุ่มชุ่มชื้น และยังมีการนำมาทำเป็นอาหารโดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนผสมของหน่อไม้ เพราะน้ำใบย่านางนั้นสามารถช่วยต้านพิษกรดยูริกที่มีในหน่อไม้ได้ แถมยังนิยมนำมาทำอาหารชนิดต่าง ๆ เช่น แกงหน่อไม้ ซุบหน่อไม้ แกงอ่อม แกงเห็ด แกงเลียง หรือรับประทานสด ๆ กับน้ำพริกอีกด้วย วิธีการทำน้ำใบย่านาง โดยส่วนใหญ่แล้วการนำย่านางมาใช้นั้นมักจะนำมาใช้โดยการคั้นน้ำและเอาไปเป็นส่วนผสมในการทำอาหารนำมาดื่มเพื่อรักษาโรคต่าง ๆ ซึ่งหมอเขียวก็ได้แนะนำวิธีใช้ใบย่านางเอาไว้ในหนังสือ เรามาดูกันดีกว่าว่า น้ำใบย่านางนั้นมีวิธีการทำอย่างไรบ้าง วิธีการทำน้ำใบย่านางสูตรหมอเขียว สูตรนี้ เป็นการใช้ใบย่านางในการเพิ่มคลอโรฟิลล์ คุ้มครองเซลล์ ฟื้นฟูเซลล์ ปรับสมดุล บำบัดหรือบรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลของร่างกาย ซึ่งมีส่วนผสมดังนี้ ใบย่านาง เด็ก ใช้ใบย่านาง 1-5 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว 200-600 ซีซี ผู้ใหญ่ ที่รูปร่างผอม บางเล็ก ทำงานไม่ทน ใช้ 5-7 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว ผู้ใหญ่ที่รูปร่างผอม บาง เล็ก ทำงานทน ใช้ 7-10 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว ผู้ใหญ่ที่รูปร่างสมส่วน ตัวโต ใช้ 10-20 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว วิธีทำ 1. ใช้ใบย่านางสด มาล้างทำความสะอาดโขลกให้ละเอียดแล้วเติมน้ำ หรือขยี้ใบย่านางกับน้ำหรือปั่นในเครื่องปั่น (แต่การปั่นในเครื่องปั่นไฟฟ้า จะทำให้ประสิทธิภาพลดลงบ้าง เนื่องจากความร้อนจะไปทำลายความเย็นของย่านาง) 2. กรองน้ำใบย่านางที่ได้ผ่านกระชอนเอาแต่น้ำ 3. ดื่มครั้งละ 1/2-1 แก้ว วันละ 2-3 เวลา ก่อนอาหาร หรือตอนท้องว่างหรือผสมเจือจางดื่มแทนน้ำ เพราะถ้าเกิน 4 ชม. มักจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไม่เหมาะที่จะดื่ม แต่ถ้าแช่ในตู้เย็น ควรใช้ภายใน 3-7 วันโดยให้สังเกตุที่กลิ่นเปรี้ยวเป็นหลัก หมายเหตุ ถ้าจะให้ได้รสชาติ คั้นกับใบเตย จะหอมอร่อยมาก หรือจะใส่กับน้ำมะพร้าวก็จะหอมชื่นใจมากขึ้น ( แต่ถ้าใส่น้ำมะพร้าวจะเสียเร็วนะ) ผักฤทธิ์เย็น นำมาคั้นร่วมกับย่านางก็ได้ เช่น ผักบุ้ง ตำลึง ใบบัวบก ใบเตย วิธีการทำน้ำใบย่านางสูตรทั่วไป ส่วนผสม ใช้ใบย่านาง 30-50 ใบ น้ำดื่ม 4.5 ลิตร ใบเตย 10 ใบ วิธีการทำ 1. ตัดหรือฉีกใบย่านางและใบเตยให้เล็กลง แล้วนำไปโขลกให้ละเอียด หรือขยี้ หรือนำไปปั่น 2. กรองด้วยผ้าขาวบาง หรือตะแกรงตาถี่เอาแต่น้ำสีเขียว แล้วนำไปดื่มแทนน้ำได้ทั้งวัน ที่เหลือให้เก็บไว้ในตู้เย็นไว้ดื่มได้ 4 - 5 วัน ถ้ารสชาติเริ่มเปรี้ยวควรทิ้งทันที วิธีการทำน้ำใบย่างนางสูตรที่ 2 ส่วนผสม ใบย่านาง 5-20 ใบ ใบเตย 1-3 ใบ บัวบก ครึ่ง-1 กำมือ หญ้าปักกิ่ง 3-5 ต้น ใบอ่อมแซบ (เบญจรงค์) ครึ่ง-1 กำมือ ใบเสลดพังพอน ครึ่ง–1 กำมือ ว่านกาบหอย 3-5 ใบ วิธีการทำ 1. ตัดหรือฉีกใบย่านาง ใบเตย ใบบัวบก หญ้าปักกิ่ง ใบเบญจรงค์ และใบเสลดพังพอนให้เล็กลง แล้วนำไปโขลกให้ละเอียด หรือขยี้ หรือนำไปปั่น 2. กรองด้วยผ้าขาวบาง หรือตะแกรงตาถี่เอาแต่น้ำสีเขียว แล้วนำไปดื่มแทนน้ำได้ทั้งวัน ที่เหลือให้เก็บไว้ในตู้เย็นไว้ดื่มได้ 4 - 5 วัน ถ้ารสชาติเริ่มเปรี้ยวควรทิ้งทันที นอกจากนี้ยังมี วิธีทำน้ำใบย่านางอีกสารพัดสูตรตามเข้าไปดูเลยค่ะ "สูตรน้ำใบย่านาง" เทคนิควิธีการปั่นใบย่านาง การทำน้ำใบย่านาง โดยใช้เครื่องปั่นให้คงคุณค่าสารอาหาร เทคนิคอยู่ที่วิธีการปั่นคือ ไม่ควรกดปั่นครั้งเดียวจนใบย่านางละเอียด ควรใช้วิธีกดปั่น แล้วนับ 1-2-3-4-5 อย่างเร็ว แล้วรีบกดปิด รอให้น้ำใบย่านางหยุดหมุน แล้วกดปั่นอีกครั้งนับ 1-2-3-4-5 อย่างเร็วแล้วรีบกดปิด รอให้น้ำใบย่านางหยุดหมุนทำซ้ำไปเรื่อย ๆ จนใบย่านางละเอียด วิธีนี้ทำให้โมเลกุลของสารอาหารไม่เปลี่ยนรูปร่างไปจากเดิม เสร็จแล้วจึงนำมากรองเอาแต่น้ำค่ะ แกงหน่อไม้ใบย่านาง หลายคนคงสงสัยว่า ทำไมต้มหน่อไม้ต้องใส่ใบย่านาง ? ก็เพราะมีความเชื่อกันมาว่า หน่อไม้มีฤทธิ์ร้อน กินมาก ๆ จะทำให้ท้องอืด จึงต้องแก้ด้วยน้ำใบย่านางซึ่งมีฤทธิ์เย็น นี่เองที่ทำให้หน่อไม้กับใบย่านางกลายเป็นของคู่กันไปซะแล้ว ถ้ารู้แล้วว่า หน่อไม้กับใบย่านางเป็นของคู่กัน แบบนี้ก็ต้องลองมาทำเมนูที่มีทั้งหน่อไม้และใบย่านางกันดูสักหน่อย กับเมนูที่มีชื่อว่า แกงหน่อไม้ใบย่านาง เมนูโปรดของคออาหารอีสานรสแซ่บ ที่จะพาทุกคนไปอร่อยไปกับหน่อไม้กรอบ ๆ เข้ากันดีกับน้ำใบย่านาง แถมยังมีผัก และเห็ดนานาชนิดเต็มถ้วยไปหมด กลิ่นหอมฟุ้งเลยทีเดียว ยิ่งถ้าใครชอบกินปลาร้าด้วยแล้ว รับรองเลยว่าเด็ดโดนใจ แถมในน้ำใบย่านางยังมีประโยชน์ต่อร่างกายเราอีกด้วย เอาล่ะ ถ้าใครสนใจจะเข้าครัวไปทำ แกงหน่อไม้ใบย่านางกันแล้ว ก็ตามมาดูวิธีทำแกงหน่อไม้ใบย่านางด้านล่างนี้กันได้ที่นี่เลยค่ะ "วิธีทำแกงหน่อไม้ใบย่านาง" โทษของใบย่านาง ในปัจจุบันยังไม่มีการวิจัยใดพิสูจน์ได้ว่าใบย่านางนั้นมีโทษต่อร่างกายอย่างไร แต่ก็มีคำเตือนว่าผู้ที่ป่วยในโรคไตระยะสุดท้ายไม่ควรดื่มน้ำใบย่านาง เพราะสารอาหารอย่างวิตามินเอ ฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมที่อยู่ในใบย่านางนั้นจะทำให้เกิดการคั่งได้หากการทำงานของไตลดลง นอกจากนี้ใบย่านางถูกนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ เช่น ใบย่านางแคปซูล สบู่ใบย่านาง แชมพูใบย่านาง เครื่องดื่มสมุนไพร ซึ่งทำให้สามารถนำไปใช้ได้สะดวกมากขึ้น แต่ก็ควรที่จะศึกษาให้ดีก่อนนำมาใช้ เพราะบางทีอาจจะมีส่วนผสมบางชนิดที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ เพื่อความปลอดภัย ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้จะดีที่สุด เป็นอย่างไรกันบ้างได้ทราบสรรพคุณที่มากมายจนน่ามหัศจรรย์ของสมุนไพรย่านางกันไปแล้ว คงจะเริ่มสนใจนำสมุนไพรชนิดนี้มาใช้กันแล้วใช่ไหมล่ะ แต่ก็ควรใช้ให้ถูกวิธีและเหมาะสมนะ เพราะสมุนไพรชนิดนี้ถึงมีแม้จะมีประโยชน์มากมาย แต่ถ้าหากเราใช้มากเกินไปและไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้เกิดผลเสียตามมาได้ ขอขอบคุณข้อมูลจาก - โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี - คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล - สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทย - สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย - morkeaw.net - frynn.com ขอบคุณข้อมูลเรียบเรียงโดย กระปุก.คอม
ขรก.เฮ!รัฐเพิ่มสิทธิรักษาพยาบาล+โพสต์เมื่อวันที่ : 29 ต.ค. 2556 ..... เบิกอุปกรณ์ใหม่อีก80รายการ-คาดเริ่มพ.ย.นี้ ขรก.เฮ!รัฐเพิ่มสิทธิรักษาพยาบาล นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมเตรียมเพิ่มสิทธิการรักษาพยาบาลให้กับข้าราชการ หลังสามารถลดงบประมาณเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการในปีงบประมาณ 2556 ได้กว่า 1,000 ล้านบาท จากการตั้งงบประมาณไว้ที่ 6 หมื่นล้านบาท แต่ข้าราชการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลรวมกันเพียง 5.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งลดลงจากยอดเบิกจ่ายจริงในปีงบประมาณ 2555 ที่อยู่ในระดับ 6.1 หมื่นล้านบาท สำหรับสิทธิการรักษาพยาบาลที่จะเพิ่มให้ข้าราชการ อาทิ ค่าห้อง ค่าอาหาร ซึ่งปัจจุบันให้เบิกที่ 600 บาทต่อคืน ถือว่าน้อยมาก จึงกำลังศึกษาว่าควรจะเพิ่มเป็นเท่าใด นอกจากนี้ยังเตรียมเพิ่มอุปกรณ์ในการรักษาใหม่ๆ อีก 80 รายการ อาทิ ข้อเข่าเทียม สายบายพาสหัวใจ อุปกรณ์ชิพสำหรับผู้ป่วยพาร์กินสัน เครื่องช่วยฟังแบบที่สามารถฝังไว้ข้างหูสำหรับผู้สูงอายุ จากปัจจุบันที่กำหนดไว้ 350 รายการ "ขณะนี้กำลังนำรายการเบิกจ่ายใน ปัจจุบันมาพิจารณาปรับปรุง และเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ๆ เข้าไป คาดว่าจะสามารถประกาศใช้ได้ช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. 2556" นายมนัสกล่าว ทั้งนี้ค่ารักษาพยาบาลในปีงบประมาณ 2556 ที่ปรับลดลงกว่า 1,000 ล้านบาทนั้นเกิดจากการที่กรมบัญชีกลางได้ประกาศใช้หลักเกณฑ์ในการจ่ายยาของ ข้าราชการใหม่ โดยได้กำหนดแนวทางการเบิกจ่ายยาไว้ 4 แผน คือ ABCD โดยให้ข้าราชการใช้ยาในบัญชีหลักที่ผลิตในไทยก่อน หากยาบัญชีหลักใช้ไม่ได้จึงจะให้ใช้ยานอกบัญชี หรือยานำเข้าจากต่างประเทศ ที่ส่วนใหญ่จะมีราคาแพงกว่ายาบัญชีหลัก "ประกาศใหม่นี้ทำให้ค่ายาใน การรักษาลดลงไปมาก และสามารถจะใช้ยาในบัญชีหลักผสมกับยานอกบัญชีได้ จากเดิมไม่สามารถผสมกันได้ ซึ่งในระบบใหม่แพทย์ที่รักษาจะต้องระบุว่ายานอกบัญชีที่ต้องใช้นั้นเพราะ อะไรเป็นรายตัวยา ไม่ใช่เหมารวมในการจ่ายยาแต่ละครั้งเหมือนในอดีต" นายมนัสกล่าว นอกจากนี้ ยังมีการว่าจ้างสำนักงานกลางสารสนเทศบริการสุขภาพ (สกส.) ให้มาช่วยตรวจเช็กการเบิกจ่าย ค่ารักษาพยาบาลทำให้แพทย์และผู้ทำการรักษาไม่กล้า เบิกยาเกินจริง ซึ่งช่วยให้ใช้งบประมาณลดลง โดยในปีงบประมาณ 2557 นี้ตั้งงบสำหรับค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการไว้ที่ 6 หมื่นล้านบาทเท่ากับปีที่ผ่านมา นายมนัสกล่าวถึงความคืบหน้าในการ บูรณาการ 3 กองทุนสุขภาพว่า ขณะนี้ได้ร่วมกันพิจารณาในเรื่องสิทธิประโยชน์ของการรักษาจากก่อนหน้านี้มี ความร่วมมือกันเรื่องการเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถรักษาได้ทุกโรงพยาบาล รวมถึงโรงพยาบาลเอกชน โดยเตรียมขยายไปยังโรคอื่นๆ อาทิ มะเร็ง เอดส์ เป็นต้น ที่มา ข่าวสดออนไลน์ วันที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556