โรงเรียนบ้านตลาดชัย TALADCHAI SCHOOL

ร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เสด็จสวรรคต

วันที่ 17 ต.ค. 2559
ผู้เข้าชม : 745

ร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เสด็จสวรรคต



 ประชาชนที่รวมตัวกันอยู่หน้าโรงพยาบาลศิริราช ต่างร่ำไห้น้ำตานองหน้าด้วยความอาลัย แต่ยังเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” หลังรับทราบประกาศสำนักพระราชวัง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จสวรรคต
       
       วันนี้ (13 ต.ค. 2559) เมื่อเวลา 18.47 น. หลังจากสำนักพระราชวังประกาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ที่โรงพยาบาลศิริราช เวลา 15.52 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่มารวมตัวกันอยู่บริเวณลานพระราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และที่ภายในศาลาศิริราช 100 ปี หลายพันคนหลังจากที่ได้รับทราบข่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นสู่สรวงสวรรค์แล้ว ต่างพากันร่ำไห้ด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง พร้อมเปล่งเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง บางคนถึงกับเป็นลมด้วยเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาราชผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยทั้งประเทศ
       
       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินจากวังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นวันที่ 3 ต.ค. 2557 เพื่อประทับรักษาพระอาการประชวร ต่อมาสำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 1 เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระปรอท (ไข้) สูง 38.2 องศาเซลเซียส ผลการตรวจพระโลหิตแสดงว่ามีภาวะติดเชื้อ มีการเปลี่ยนแปลง ในความดันพระโลหิต และอัตราการเต้นของพระหทัยเร็วขึ้น คณะแพทย์จึงได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อถวายการตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษ จากนั้นเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2557 สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 12 ซึ่งเป็นฉบับล่าสุด คณะแพทย์ฯ ได้รายงานว่าพระอาการทั่วไปดีขึ้น และพระวรกายแข็งแรงเป็นลำดับ จึงเสด็จฯกลับไปประทับที่วังไกลกังวล
       
       กระทั่งวันที่ 31 พ.ค. 2558 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ออกจากพระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประขวบคีรีขันธ์ กลับมาประทับที่โรงพยาบาลศิริราชตามคำกราบบังคมทูลเชิญของคณะแพทย์ เพื่อถวายการตรวจพระสมองด้วยเครื่องเอกซเรยคอมพิวเตอร์ เพื่อติดตามผลของการใส่สายระบายน้ำไขสันหลังจากช่องไขสันหลังเข้าสู่ช่องพระนาภี และประทับอยู่ที่โรงพยาบาลจนสวรรคต เป็นเวลา 502 วัน รวมแถลงการณ์สำนักพระราชวังทั้งสิ้น 38 ฉบับ
       
       อนึ่ง เมื่อเวลา 16.54 น.วันนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เสด็จฯ และเสด็จมาถึงโรงพยาบาลศิริราช ตามลำดับ 

ร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เสด็จสวรรคต

ร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เสด็จสวรรคต

ร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เสด็จสวรรคต

ร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เสด็จสวรรคตร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เสด็จสวรรคต

ร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เสด็จสวรรคต

ร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เสด็จสวรรคต

ร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เสด็จสวรรคต






























 

๙ ปรากฏการณ์สุดซึ้ง จากใจคนไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ ๙

๙ ปรากฏการณ์สุดซึ้ง จากใจคนไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ ๙

ทันทีที่สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์ถึงการเสด็จสรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ในช่วงเย็นของวันที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ ที่ผ่านมา สร้างความเสียใจต่อประชาชนคนไทยทุกคนซึ่งพร้อมใจกันแสดงความไว้อาลัยในความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงครั้งนี้
       
       เว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ ได้ประมวลรวบรวม “ความรู้สึกอันลึกซึ้ง” ของคนไทยที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ในช่วงเวลาแห่งการน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยพระมหากษัตริย์ไทยผู้เป็นที่รักและเทิดทูนยิ่ง...
       
       ๑. ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “สเตตัส สัดแพด” เล่าถึงความประทับใจที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ
       
       บทความที่เป็นที่ชื่นชอบและถูกแชร์ออกไปเป็นหลักพัน เป็นเรื่องราวของสัตวแพทย์คนหนึ่งที่เล่าถึงตัวเองสมัยที่ยังนิสิตสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่าน เฟซบุ๊ก “สเตตัส สัดแพด” เรื่อง น้ำตาแห่งความประทับใจ
       
       “ในชีวิตที่เป็นนิสิตสัตวแพทย์ มีหลายครั้งที่ “ในหลวง” เสด็จมาที่โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่บ่อย ๆ อย่างเช่น เสด็จมาทรงเปิดสระสุวรรณชาด หรือเสด็จมาดูอาการสุนัขทรงเลี้ยงเป็นการส่วนพระองค์ เป็นต้น แต่ทุกครั้งผมก็พลาดโอกาสที่จะได้เข้าเฝ้าทุกครั้ง
       
       “จนเมื่อถึงปีหก ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการเรียนและขึ้นฝึกที่โรงพยาบาลสัตว์ มีข่าวว่าในหลวงจะเสด็จและจะทรงพาคุณทองแดงมาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสัตว์เป็นการส่วนพระองค์ ข่าวนั้นก็ได้แพร่สะพัดภายในคณะ มีการจัดเตรียมอย่างเรียบง่ายที่สุด ถ้าเป็นคนนอกแทบจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะมีเจ้านายจะเสด็จมา ทางทีมหมอ อาจารย์ที่จะถวายงานก็ต่างเตรียมความพร้อม ซึ่งแน่นอน ผมก็เฝ้ารอให้ถึงวันนั้น ...
       
       “ค่ำวันนั้นก็มาถึง ผมนั่งรอชั้น ๑ ตึกโรงพยาบาลสัตว์กับเพื่อน ๆ อาจารย์ พนักงานโรงพยาบาลสัตว์ และเจ้าของสุนัขที่นำมารักษาและเพิ่งทราบข่าววันนั้น ผมนั่งใกล้ลิฟท์ที่จะเสด็จขึ้นไป แต่ก็ไม่ได้นั่งหน้าสุด ผมนั่งรออยู่เป็นชั่วโมง อากาศก็อบอ้าว ท้องร้องหิวข้าว แต่พอมองบรรยากาศรอบ ๆ ก็ไม่มีใครบ่น ทุกคนต่างยิ้มแย้มและเฝ้ารอเวลานั้นรวมทั้งผมด้วย
       
       “และเมื่อองครักษ์บอกเราว่า ในหลวงเสด็จแล้ว ภาพที่เห็นคือ ในหลวงทรงจูงคุณทองแดง พร้อมด้วยพระราชินี และพระสมเด็จพระเทพฯ การจะได้เข้าเฝ้าฝ่าพระบาทก็ยากแล้ว แต่นี้เสด็จมาพร้อมกันถึงสามพระองค์ ทำให้ใจผมเต้นระรัวไม่ได้จังหวะ แล้วทั้งสามพระองค์และคุณทองแดงก็เสด็จพระราชดำเนินใกล้เข้ามาถึงตรงลิฟท์ที่ที่ผมนั่ง ผมทำตัวไม่ถูก หัวใจเต้นแรงขึ้นกว่าเดิม ผมได้แต่ก้มหมอบงึก ๆ หูอื้อ และได้ยินแต่เสียงว่า “ทรงพระเจริญ” นั่นคือครั้งแรกในชีวิตก็ว่าได้ และทั้งสามพระองค์และคุณทองแดงก็ประทับลิฟท์ขึ้นไปชั้น ๓ โรงพยาบาลสัตว์ เพื่อนำคุณทองแดงเข้ารับการรักษา
       
       “ตามหมายกำหนดการ ในหลวงจะเสด็จกลับไปประทับที่วังสวนจิตรฯ พระราชวังดุสิตระหว่างที่ทำการผ่าตัดรักษาคุณทองแดง แล้วค่อยเสด็จกลับมาเพื่อมารับคุณทองแดงในเช้าวันรุ่งขึ้น แต่พระองค์ทรงเปลี่ยนพระทัย และประทับเฝ้าคุณทองแดงตลอดทั้งคืนและติดตามการรักษาจนถึงรุ่งเช้า ซึ่งแน่นอน ผมก็เปลี่ยนแผนจากเดิมที่จะกลับบ้าน กลับนั่งรอใต้ถุนคณะฯ และอยากให้ถึงเช้าวันรุ่งขึ้นไว ๆ เพื่อจะได้เข้าเฝ้าส่งเสด็จ เวลาผ่านไปช้ามาก ใครจะรู้ว่าที่โรงเรียนสัตวแพทย์แห่งนี้จะมีพระเจ้าแผ่นดินที่เป็นศูนย์รวมจิตใจประทับอยู่ด้านบนอาคาร
       
       “เวลาเกือบแปดโมง อาจารย์ให้นิสิตตั้งแถวตามทางเสด็จพระราชดำเนิน วันนั้นมีนิสิตไม่กี่คนที่อยู่แถวนั้น ผมจึงได้ยืนกับเพื่อน ๆ เป็นแถวหน้ากระดานโดยไม่ต้องมีใครมาบดบังทางเสด็จพระราชดำเนิน
       
       “หลังจากยืนรอไม่นาน สิ่งที่เห็นก็คือ ในหลวงทรงอุ้มคุณทองแดงเสด็จลงจากตึกด้วยพระองค์เองเพราะคุณทองแดงเพิ่งฟื้นจากการรักษาเพราะยังไม่สามารถเดินเองได้ ซึ่งจริง ๆ แล้วพระองค์จะทรงให้ราชองครักษ์อุ้มคุณทองแดงก็ได้ แต่พระองค์กลับต้องการประคองสุนัขที่พระองค์ทรงรักสุดพระทัยด้วยพระองค์เอง
       
       “พระองค์ค่อย ๆ อุ้มคุณทองแดง เสด็จพระราชดำเนินลงมาตามลาดพระบาทอย่างช้า ๆ ไปจนถึงรถยนต์พระที่นั่ง เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้เห็นพระองค์ใกล้ขนาดนั้นเพียงไม่กี่เมตร ใกล้มากจนผมเห็นพระองค์ทรงแย้มพระสรวลและสายพระเนตรที่ทรงห่วงคุณทองแดงมากขนาดไหน เป็นสายพระเนตรของชายธรรมดาคนหนึ่งที่รักสุนัขมาก และดีใจเมื่อเห็นสุนัขที่ตนรักปลอดภัยจากการผ่าตัดรักษา แล้วน้ำตาผมก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ได้ยินแต่เสียงว่า “ทรงพระเจริญ” ผมร้องไห้ไม่หยุดทั้ง ๆ ที่ยืนอยู่ จนรถยนต์พระที่นั่งลับสายตาผมไป
       
       “ผมไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นผมถึงร้องไห้ มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ได้ แต่ผมรู้แค่ว่า "ผมเป็นคนไทย ผมจึงร้องไห้" และเชื่อว่าหลายคนก็คงร้องไห้เช่นกัน ถ้าเป็นผมในวันนั้น ภาพความประทับใจวันนั้นคงยังฝังลึกในความทรงจำหลาย ๆ คนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นเช่นเดียวกับผม
       
       “จากเหตุการณ์นั้นทำให้ผมประจักษ์แล้วว่า พระองค์เป็น ... พระราชาที่ไม่ต้องการพิธีการต้อนรับใด ๆ พระราชาที่มีชีวิตเรียบง่าย พระราชาที่ประทับได้แม้ห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ บนอาคารโรงพยาบาลสัตว์ พระราชาที่ทรงมีเมตตากับสัตว์น้อยใหญ่ พระราชาที่ทรงรักสัตว์เลี้ยงอย่างสุดพระทัย และหากแต่ทรงต้องการให้คุณทองแดงหายดีและแข็งแรงในเร็ววันเท่านั้นเอง
       
       “ผมภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทยในแผ่นดินรัชกาลที่ ๙ และภูมิใจยิ่งกว่าที่ได้เรียนที่คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะที่ได้ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท ไม่เพียงแต่ในหลวงเท่านั้น หากแต่ราชวงศ์ทุกพระองค์อีกด้วย” 

๒. Pat Phannachet นักบินของสายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ โพสต์ข้อความสุดประทับใจบนเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องราวของพระมหากษัตริย์ในใจคนต่างชาติ
       
       นักบินของสายการบินไทยแอร์เอเชียเอ็กซ์ ได้โพสต์ข้อความจากห้างสรรพสินค้าอิออนมอลล์ นาริตะ เมืองนาริตะ จังหวัดชิบะ ประเทศญี่ปุ่น ระบุว่า
       
       “อาจจะเป็นเพราะญี่ปุ่นเป็นชาติที่มีระบอบกษัตริย์ เหมือนเรา ผมเดินทางทำไฟลต์มาที่ญี่ปุ่น เมื่อวานช่วงสาย ๆ ของเมืองไทย มาถึงญี่ปุ่นช่วงค่ำ ก็ได้รับฟังข่าวที่ไม่ดีที่เกิดที่เมืองไทย พี่กัปตันและน้องลูกเรือต่างพากันเสียใจ รวมตัวกันติดตามข่าวสาร จนกระทั่งมีการแถลงอย่างเป็นทางการ จึงแยกย้ายกันพักผ่อน
       
       “เช้าวันรุ่งขึ้น ผมเดินทางมาห้าง เพื่อซื้อของที่แม่ฝากซื้อ เมล์บริษัทแจ้งว่าสำหรับลูกเรือที่ไฟลต์ออกจากกรุงเทพฯ วันนี้ ให้ติดแถบผ้าไว้อาลัย แต่ชุดของพวกผมไฟลต์ออกมาตั้งแต่เมื่อวานจึงไม่ได้มีผ้าติดตัวมาด้วย จึงลองเดินไปถามร้านขายของเล็กๆ ว่า มีผ้าขายหรือไม่ เผื่อฟลุค อย่างน้อยก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย
       
       “ในร้าน เป็นร้านขายเครื่องเขียนและอุปกรณ์แม่บ้านญี่ปุ่น มีคุณป้าสองคนดูแลร้าน ซึ่งแน่นอนพูดได้แต่ภาษาญี่ปุ่น ผมจึงพยายามอธิบายว่าผมอยากได้ผ้าสีดำ แบบในรูป (ยื่นรูปให้ดู) คนขายบอกไม่มี มีแต่ผ้าเป็นเมตร ผมขอซื้อ 1 เมตร ในใจคนขายคงงงว่าจะเอาไปทำอะไร เค้าก็พยายามสอบถาม อธิบายอยู่นานเค้าไม่เข้าใจ ผมเลยเปิดรูปในหลวงให้ดู แล้วพยายามบอกว่าจะเอาไปติดที่แขนเพื่อไว้อาลัย
       
       “เท่านั้นแหละ คุณป้าสองคนพูดญี่ปุ่นกัน พร้อมร้องไห้ และได้แต่กล่าว “Sorry sorry” ไม่รู้กี่สิบครั้ง ตามด้วยภาษาญี่ปุ่นเป็นชุดใหญ่ น้ำตาไหลพรากๆ คงจะพยายามแสดงความเสียใจ พร้อมจัดแจง ตัดผ้าที่ผมซื้อเป็นที่คล้องแขน เย็บให้อย่างดี ทำไปป้าก็น้ำตาไหลไป เค้าคงเข้าใจถึงความสูญเสียของผู้เป็นที่รักของพวกเราได้เป็นอย่างดี”
       
       ซึ่งจากข้อความดังกล่าวก็ได้มีคนชื่นชอบเป็นหลักหมื่นและถูกแชร์ออกไปกว่าหลายพันครั้ง
       
       ล่าสุด นักบินสายการบินดังกล่าวยังโพสต์ลงใน เฟซบุ๊ก Pat Phannachet ต่ออีกว่า “ขอบพระคุณสำหรับน้ำใจของป้าชาวญี่ปุ่น ที่อยู่ข้างๆคนไทยในวันที่เราสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ป้าช่วยจัดเตรียมแถบไว้อาลัยให้อย่างดี สำหรับผมและกัปตัน Chatchaval T.(ลำพังจะให้ผมหาเอง จัดเตรียมเองในญี่ปุ่นคงยากมาก) วันนี้เราเองคงได้เห็นแล้วว่าต่างชาติ เขารักพระมหากษัตริย์ของเราแค่ไหน
       
       “แม้นวันนี้ ผมจะเดินทางกลับถึงแผ่นดินไทยแล้ว ผมขอเก็บความรู้สึกดีๆ ที่ชาวญี่ปุ่นมอบให้คนไทยไว้เป็นที่ระลึก พร้อมเรื่องเล่าที่มีค่ามหาศาล ให้ลูกหลานผมได้ดูว่า ต่างชาติ เขาก็รักพระมหากษัตริย์ไทย “Arigato” ” 
๙ ปรากฏการณ์สุดซึ้ง จากใจคนไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ ๙

๓. ภาพกราฟฟิกเลข ๙ ของต่อ digitals one จากเฟซบุ๊ก Yurawat Surattanasathitkul
       
       ภาพกราฟฟิกเลข ๙ ตัวอักษรสีเหลืองบนพื้นหลังสีดำที่มีเอกลักษณ์เรียบง่ายแต่ทรงความหมายอย่างลึกซึ้ง ซึ่งภาพดังกล่าวมีคนเข้ามาคอมเมนท์และขออนุญาตนำไปใช้และชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ของเจ้าตัวกันเป็นจำนวนมาก และมีบางส่วนมองว่าเลข ๙ ที่วาดนั้นมีลักษณะคล้ายแว่นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นเพราะผลงานลายเส้นดังกล่าวได้แรงบันดาลใจมาจากฉลองพระเนตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช จริงๆ 
๙ ปรากฏการณ์สุดซึ้ง จากใจคนไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ ๙
๙ ปรากฏการณ์สุดซึ้ง จากใจคนไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ ๙

๔. ภาพกราฟิก “หัวใจสีเหลืองบนพื้นสีชมพู” ซึ่งออกแบบโดย กุล รักในหลวง หรือ Kulthida Kul
       
       หลายวันก่อนหน้าที่จะได้ทราบข่าวร้ายว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สวรรคต ได้เกิดกระแสน่ารักๆ ขึ้นมาหนึ่งอย่าง นั่นก็คือภาพกราฟิก “หัวใจสีเหลืองบนพื้นสีชมพู” ซึ่งออกแบบโดย กุล รักในหลวง หรือ Kulthida Kul เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และถวายพระพรให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวร ซึ่งหลังจากที่เธอทำขึ้นมาก็ได้มีผู้ไปลงชื่อบนหน้า facebook ของเธออย่างไม่ขาดสาย เพื่อให้ช่วยออกแบบชื่อเล่นและชื่อจริงของตนเองไว้บนภาพกราฟิกดังกล่าว ซึ่งเธอก็ยินดีทำให้ถึงขนาดที่ว่าทำไม่ทัน อีกทั้งเธอยังให้นำไปใช้ได้ฟรีๆ โดยไม่คิดในแง่ของลิขสิทธิ์อีกด้วย 
๙ ปรากฏการณ์สุดซึ้ง จากใจคนไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ ๙
๕. รวบรวมภาพพระอิริยาบถพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศกว่าหลายร้อยภาพบนเฟซบุ๊ก Freeman Freeman
       
       เฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ Freeman Freeman ได้รวบรวมภาพอิริยาบถต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศไว้กว่า 200 ภาพ มีผู้เข้าไปรับชมและชื่นชอบเป็นจำนวนและถูกแชร์ออกไปเป็นหลักแสน 
๙ ปรากฏการณ์สุดซึ้ง จากใจคนไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ ๙
. เฟซบุ๊กแฟนเพจนักกฎหมายจอมป่วน รวบรวมอัลบั้ม : รวมทุกอย่างที่กล่าวถึงพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ
       
       เฟซบุ๊กแฟนเพจนักกฎหมายจอมป่วน รวบรวมอัลบั้มรวมทุกอย่างที่กล่าวถึงในหลวงที่ขอนำเสนอบางอย่าง ที่กล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศมาให้อ่านกัน มีทั้งข้อความดีๆ สั้นกระชับ กินใจ จากปวงชน ที่มีต่อพ่อหลวงรัชกาลที่ ๙ จุดประสงค์ครั้งนี้ก็เพื่อเก็บไว้ให้ลูกหลานได้อ่านกัน เพราะเมื่อมีคนถามถึงทำไมต้องรักในหลวง เจ้าตัวจึงหวังว่าโพสต์นี้จะช่วยได้ ซึ่งก็รวบรวมไว้มากกว่า ๒๐๐ ภาพ ซึ่งก็มีผู้เข้ามาถูกใจเป็นจำนวนและถูกแชร์ออกไปเป็นจำนวนสามแสนกว่าครั้ง 
๙ ปรากฏการณ์สุดซึ้ง จากใจคนไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ ๙

๗. เฟซบุ๊ก Cath Cattaleya Changnak รวบรวมภาพ ส.ค.ส. ที่พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศส่งให้คนไทย
       
       เฟซบุ๊ก Cath Cattaleya Changnak ได้จัดรวบรวมภาพ ส.ค.ส.ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศที่ส่งให้คนไทย ซึ่งเจ้าตัวได้เขียนข้อความดังกล่าวไว้ด้วยว่า “สารภาพตามตรงว่าตอนเด็กเคยแอบคิดว่าในหลวงใช้ graphic ขาวดำเชยจัง แต่ระยะเวลาผ่านไปความเชยนี้ก็เหมือน signature ของท่านที่เห็นปุ๊ป รู้เลยนี่ ส.ค.ส. จากใคร ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่า พอ ส.ค.ส.ท่านเปลี่ยนเป็นรูปสี เราเลยอดคิดถึง ส.ค.ส. ขาวดำเชยๆ ไม่ได้ แต่สำคัญที่สุดคือความสม่ำเสมอ ขาดไปเพียงแค่ปี ๒๕๔๘ (เพราะเกิดแผ่นดินไหว) เท่านั้น
       
       จากปีนี้ ท่านพระราชทาน ส.ค.ส. ไม่ได้เหมือนอย่างเคย เราเลยอยากรวบรวมส.ค.ส. ทั้งหมดมาไว้ที่นี่ เวลาที่คิดถึงท่านจะได้เปิดย้อนมาดูความสุขแฝงคำสอนที่ท่านเคยพระราชทานให้พวกเราได้สะดวก...ในความทรงจำที่ข้าพเจ้ามีต่อรัชกาลที่ ๙
       
       “For my international friends who doubt what is going on with this post. These are New Years cards designed by King Bhumibol of Thailand for Thai people. Sad to say that I won't have a chance to see more of them since 2 days ago he has died. Thus, this album is how I want to remember his creativity, his sense of humor and everything that he tried to teach us.”
๙ ปรากฏการณ์สุดซึ้ง จากใจคนไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ ๙

๘. คลิปวิดีโอทำเข็มกลัดไว้อาลัยผ่านอินสตาแกรม Juntrajun
       
       อินสตาแกรมที่ใช้ชื่อว่า Juntrajun หรือ จันทรา จันทร์พิทักษ์ชัย นักออกแบบเครื่องประดับแบรนด์ LA LALUNE และแบรนด์ OLVD by OLIVIA ได้โพสต์คลิปวิดีโอการทำเข็มกลัดด้วยริบบิ้นสีดำเพื่อนำไปติดเพื่อเป็นการแสดงความไว้อาลัยให้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งก็ได้ผลตอบรับที่ดีและมีผู้เข้ารับชมหลายหมื่นคน
       
       “เข็มกลัดริบบิ้น ไม่ได้ขายนะคะ ถ้าอยากได้จริงๆ จะส่งพัสดุไปให้ ขออนุญาตคิดค่าส่ง 20 บาทนะคะ จริงๆ เข็มกลัดทำไม่ยากเลย จันเลยถ่ายวิธีทำมาให้ทุกคนชมนะคะ เอาไปปรับใช้กันได้เลยค่ะ อุปกรณ์มี ปืนกาว ริบบิ้นดำ กรรไกร ไฟเช็คและ เข็มกลัดค่ะ
       
       “เข็มกลัดริบบิ้นไม่ได้ขายนะคะ ฟรีค่ะ รบกวนคนละไม่เกินคนละชิ้นนะคะ เผื่อให้คนอื่นได้ติดริบบิ้นไว้อาลัยร่วมกัน ต้องการเพิ่มจริงๆ รบกวนรอคิว เช็กของก่อนนะคะว่าเหลือพอทั่วกันไหม แต่จะมีในส่วนของค่าจัดส่ง 20 บาทค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ยินดีทำด้วยใจเพื่อพ่อค่ะ” 
๙. เสกข์ ทองสุวรรณ เล่นเปียโนเพลงพระราชนิพนธ์เพื่อรำลึกต่อพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศผ่าน live facebook
       
       นักเปียโนฝีมือดีที่ได้รับทุนพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี จากประธานองคมนตรี พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้แพร่ภาพสดในขณะที่ตนเองเล่นเปียโนบรรเลงบทเพลงที่เกี่ยวกับในหลวงและเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นเพลง “แสงเทียน” เพลง “ยาม” เพลง “ใกล้รุ่ง” เพลง “ชะตาชีวิต” เพลง “ลมหนาว” ฯลฯ เพื่อเป็นการรำลึกที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งก็มีผู้เข้ามารับชมเกือบหลักแสน ซึ่งก่อนหน้านี้ เจ้าตัวได้โพสต์คลิปขณะบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีก็มีผู้เข้าชมถึงหลักล้านไปแล้ว
       
       “วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ค่อนข้างทำใจได้ลำบากมากสำหรับทุกๆ คน เป็นวันที่ชาวไทยสูญเสียคุณพ่อ สองสามวันที่แล้ว ผมยังเล่นเพลงของคุณพ่อด้วยความดีใจ ปลื้มปีติ แต่เมื่อวานที่ผ่านมา ผมเล่นแบบนั้นไม่ได้จริงๆ เกือบจะเล่นไม่จบครับ พูดตรงๆ
       
       “คุณพ่อทรงงานมา ๗๐ ปี เป็น ๗๐ ปีที่ไม่ได้พักเลย ท่านทรงเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักดนตรี นักการเกษตรและหลายๆ ด้าน ท่านเป็นมากกว่ากษัตริย์ ท่านเป็นคุณพ่อ ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมาอธิบาย” 
๙ ปรากฏการณ์สุดซึ้ง จากใจคนไทยที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ ๙


 

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ร่วมไว้อาลัยเพลงสุดท้ายครูชลธี แต่งให้สายัณห์ สัญญา ชื่อเพลงสุดท้าย ผู้ร้อง วันชนะ เกิดดี เนื้อร้อง/ทำนอง ครูชลธี ธารทอง "พี่เป้า" สายัณห์ สัญญา ระบบการทำงานร่างกายล้มเหลว เสียชีวิตแล้ว-เตรียมเคลื่อนศพไปวัดไร่ขิง วันที่ 11 ก.ย. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า เวลาประมาณ 12.35 น. พี่เป้า สายัณห์ สัญญา หรือ สายัณห์ ดีเสมอ อายุ 60 ปี นักร้องลูกทุ่งแหบมหาเสน่ห์ เสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบา